
วันนี้ (8 ก.ค. 69) เวลา 09.43 น. ที่อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว. มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการร่วมงาน นิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย 2569” หรือ THAILAND Defence Industry Exhibition 2026 : THAIDEF-EX 2026 ว่า เป็นนิทรรศการแสดงศักยภาพอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไทย ซึ่งตนเองเมื่อได้เที่ยวชมงานแล้ว รู้สึกประทับใจ และมีความมั่นใจว่าประเทศไทยปลอดภัย สามารถป้องกันตนเองจากการถูกรุกรานจากข้าศึกได้อย่างแน่นอน เพราะมีการพัฒนายกระดับอาวุธยุทโธปกรณ์ สามารถที่จะพึ่งพาอาวุธยุทโธปกรณ์ของตนเองได้ ในสถานการณ์ปัจจุบัน ไทยสามารถยืนอยู่บนขาตัวเองได้
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า นิทรรศการนี้ได้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมของผู้ประกอบการ ดังนั้นรัฐบาลจะต้องทำจากนี้ไป คือ ให้หน่วยงานกองทัพ หรือหน่วยงานที่ต้องใช้อุปกรณ์ เหล่านี้ในการปฏิบัติ ต้องจัดหาของไทยมาใช้ ซึ่งหากจัดหามามาก ผู้ประกอบการก็จะมีการพัฒนายกระดับศักยภาพขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตนเองได้บอกกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายก ฯ และ รมว. พาณิชย์ และ พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว. กลาโหม พบว่าหลายบริษัทส่งออกต่างประเทศ และยังไม่ได้มีจำหน่ายในประเทศไทย ดังนั้นในหลักการรัฐบาลจะต้องให้การสนับสนุนผู้ประกอบการ เพื่อความมั่นคงของเราด้วย รัฐบาลจะต้องมาดูแลในเรื่องของงบประมาณที่จะมาสนับสนุน ไทยจะต้องช่วยไทย เมื่อมีค่าใช้จ่ายช่วยประชาชนแล้ว จะต้องมีไทยดูแลคนไทย เพื่อป้องกันประเทศของเรา เพื่อสร้างความมั่นคง

“เดินอยู่ในงานนี้ ในฐานะนายกรัฐมนตรีหัวหน้ารัฐบาล มีความมั่นใจว่า หากมีเหตุการณ์ที่เราไม่อยากให้เกิด แต่หากจำเป็นต้องเกิด เรามีความพร้อม ในสิ่งที่เคยขาดช่วงไปบ้าง แต่ตอนนี้เราสามารถเติมเต็มได้ มีความพร้อมที่จะรับมือ ในทุกสถานการณ์ ตามหลักการ แม้หวังตั้งสงบ ต้องเตรียมรบให้พร้อมสรรพ ซึ่งตอนนี้เราอยู่ในสถานะเช่นนี้ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจ สบายใจ ว่าเราจะดูแลอธิปไตย ปกป้องผืนแผ่นดินของเรา อย่างเต็มที่” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามว่าการต่อยอดงานวิจัยที่ยังขึ้นหิ้ง รัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณอย่างไร เพื่อเดินหน้าอุตสาหกรรมด้านนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า กระทรวงอุดมศึกษาฯ แต่ละหน่วยงานก็มีงบที่จะไปวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้การสนับสนุนอยู่แล้ว นอกจากจะยกระดับการผลิต ยุทธภัณฑ์ต่าง ๆ ในการป้องกันประเทศ ผู้ประกอบการก็แสดงให้เห็นว่าเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับประเทศ รัฐบาลก็มีหน้าที่ให้การสนับสนุน งานวิจัยต่าง ๆ ร่วมมือกับด้านความมั่นคง เพื่อยกระดับคุณภาพยุทธภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อดำเนินการในเชิงพาณิชย์ได้ด้วย นอกจากแนวทางป้องกันประเทศ ยังสร้างรายได้และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย
เมื่อถามอีกว่าวันนี้มาอยู่ในวงล้อมทหารรู้สึกอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า รู้สึกอบอุ่นและมั่นใจ ว่ากองทัพไทยมีความพร้อมดูแลปกป้อง ความสงบสุขให้ประเทศไทย เพื่อให้คนไทยทุกคนมีความปลอดภัย ในทุกกรณี

ส่วนกรณีที่มีข้อเสนอแนะให้ปรับโครงสร้างด้านความมั่นคง โดยเฉพาะข้อเสนอของนายวันมูฮะหมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายก ฯ ให้มีการยุบ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เพราะเป็นหน่วยงานซ้ำซ้อน นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า ได้ย้ำไปแล้วว่าไม่ยุบ ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลใด ๆ เพราะเรื่องนี้ไม่มีทางที่จะยุบได้ เพราะถือเป็นอีกกลไกหนึ่ง ที่ทำให้รัฐบาลสามารถขับเคลื่อนงานได้
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า โดยเฉพาะนโยบายด้านความมั่นคงอย่างคล่องตัว ในขณะที่กองทัพก็เน้นดูแลการป้องกันประเทศ ซึ่ง กอ.รมน. ดูแลประชาชน สาธารณูปโภคทุกอย่าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้บางทีไปดูแค่ซีกเดียว ว่า กอ.รมน. ทำแต่เรื่องความมั่นคง ซึ่งความจริงไม่ใช่ แต่ยังดูแลความเป็นอยู่ชีวิตประจำวันของประชาชน ซึ่งเป็นอีกกลไกหนึ่งที่รัฐบาลต้องมีไว้ ในการที่จะประสานงานกับกองทัพ ให้สามารถขับเคลื่อนความช่วยเหลือต่าง ๆ ได้
“ ส่วนตัวทราบดีว่า นายวันนอร์ แสดงความรู้สึกว่าท่านอยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับความกดดันต่าง ๆ ขึ้นมา บางทีก็ต้องให้ท่านได้บ่น ได้ระบาย แต่ว่าความเป็นจริงแล้ว กอ.รมน. เปรียบเสมือนหน่วยงานราชการ เป็นสถาบันความมั่นคงแห่งหนึ่ง ที่เป็นหลักในการดำเนินงานความมั่นคงของประเทศ มาเป็นเวลานานแล้ว เดี๋ยวผมไปปรับความเข้าใจ” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามอีกว่าขณะที่ในกรณีลอบยิง สส. ในพื้นที่ภาคใต้ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นไปตามกฎหมาย เรื่องนี้ไม่เข้าไปก้าวก่าย ต้องปล่อยให้พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินการไป ซึ่งในเรื่องนี้ก็ถือว่ามีความคืบหน้าเพราะจับผู้ต้องหาไปหลายคนแล้ว เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมที่นี่ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน เมื่อมีคนไม่เคารพกฎหมายแล้ว รัฐก็ต้องเคารพกฎหมาย ไม่ใช่รัฐไม่เคารพกฎหมายด้วย ก็จะกลายเป็นประเทศที่ไม่มีการใช้กฎหมาย ที่คนเคารพ ดังนั้นรัฐต้องทำตามกฎหมายเท่านั้น แต่รัฐจะไม่มีการยกเว้น คนที่กระทำผิดจะต้องถูกนำตัวมาลงโทษ
ภาพ : Weeraphat Ratsameerueangrong
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964