
วันนี้ (6 ก.ค. 69) เวลา 13.30 น. ที่อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (พื้นที่ศรีสมาน) พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว. กลาโหม ปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “ศักยภาพอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย” ในงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย 2569” หรือ THAILAND Defence Industry Exhibition 2026 : THAIDEF-EX 2026 ว่า ตนเติบโตมาในแบบทหารบ้านนอกคนหนึ่ง ซึ่งได้มีโอกาสได้ใช้ยุทธปกรณ์ที่กองทัพจะซื้อมาด้วยภาษีอากรของประชาชน ที่สำคัญคือได้มีส่วนในการใช้ และสักวันหนึ่งคิดไว้เสมอว่าถ้ามีโอกาสจะได้ใช้ของที่ผลิตในไทยจะดีที่สุด ในส่วนของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศวันนี้ตนได้เห็นภาคเอกชนมีความเข้มแข็งมาก เพราะทุกชนิดที่เป็นยุทโธปกรณ์ที่ใช้อยู่ในกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ เราทำได้เกือบทั้งหมดตลอดห่วงโซ่อุปทาน
พล.ท. อดุลย์ กล่าวอีกว่า ในปี 2551 - 2552 และ 2554 ตนอยู่ในสถานการณ์การสู้รบ ในปี 2554 พากำลังเข้าการสู้รบด้วยตนเองและได้มีโอกาสใช้เครื่องยิงลูกระเบิดอัตโนมัติ (AGL) ในตอนนั้นตนเป็นผู้บังคับการกรมทหารพราน (ผบ. ฉก. ทพ.) มีลูกน้องอยู่ประมาณ 12 กองร้อยทหารพราน อาวุธที่ทหารพรานใช้เป็นปืนเล็กยาว M-16A1 ซึ่งตนรู้ว่าจะมีการรบกันแน่เลยไปขอทาง พล.อ. ธวัชชัย สมุทรสาคร ในขณะที่นั้นดำรงตำแหน่งเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งท่านก็มีการอนุมัติ ให้เป็นการใช้ปืนเล็กยาว M-16A1 ทั้งหมด ยกเว้นกองร้อยจู่โจมทหารพราน 960 , 961 , 962 ซึ่งนั้นอยู่บริเวณปราสาทตาเมือนธม ซึ่งในก่อนการสู้รบตนก็มีอาวุธอยู่เพียงเท่านี้ จนมาถึงวันที่ 22 เม.ย. 54 ตนมีอาวุธปืนเพิ่มขึ้นมาโดยไม่ได้นัดหมายหลากหลายชนิด ทั้งนี้ เครื่องยิง AGL สร้างความสูญเสียได้มาก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเราใช้ไม่เก่งและไม่พัฒนาเพราะว่าเรารับเครื่องมาแล้วใช้เลย

พล.ท. อดุลย์ กล่าวอีกว่า ตนเคยอ่านบทวิจารณ์ของอาจารย์มหาวิทยาลัยว่า การโทรสั่ง Grab ลุกจากเตียง เปิดประตู และกดลิฟต์ลงมารับของที่สั่ง คือความเจ็บปวดที่สุดของเด็กปัจจุบัน ซึ่งบทวิจารณ์นี้เขียนขึ้นมาเพื่อเปรียบเสมือนว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่จะเข้ามาแทนเราทุกสถานการณ์ ขอให้ทุกคนเชื่อว่าการรบครั้งต่อไปทหารราบของเราส่วนใหญ่อาจจะไม่มีโอกาสได้ยิงปืน จนกว่าเทคโนโลยีจะเข้าไปทำลายระบบไซเบอร์ก่อน ทำลายจนมั่นใจว่าไม่มีใครต่อต้านได้ หลังจากนั้นทหารราบจึงมีโอกาสเดินเข้าไปในที่หมาย ซึ่งทั้งหมดนี้จะแตกต่างจากการรบสมัยก่อน
พล.ท. อดุลย์ กล่าวอีกว่า ตนคิดว่าในเอเชียเราไม่แพ้ใครแต่ที่เราแพ้คือการที่เรายังขายไม่ได้เลย ซึ่งการซื้อขายไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเงินอย่างเดียวแต่เกี่ยวกับเรื่องความเชื่อมั่นในยุทโธปกรณ์ที่ผู้ประกอบการมี เข้าใจว่าผู้ประกอบการเชื่อมั่นในยุทธปกรณ์ แต่ผู้ใช้อย่าง ผบ. เหล่าทัพ ยังไม่เห็น ซึ่งตนต้องทำหน้าที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับ ผบ. เหล่าทัพ ถ้าหากยุคนี้ยังทำไม่ได้ก็ไม่ต้องไปทำยุคไหนแล้ว โดยผู้ประกอบการต้องให้ความเชื่อมั่น โดยการให้ทางกองทัพลองใช้ก่อนถ้าหากเห็นผลจริงจึงจะได้รับความเชื่อมั่น ตนยืนยันว่าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศทิศทางต้องสำคัญกว่าความเร็ว แล้วต้องมีแนวทางที่ชัดเจน อีกทั้ง อุตสาหกรรมป้องกันประเทศต้องเดินควบคู่กับอุตสาหกรรมเรื่องอาหารด้วยเช่นกัน

พล.ท. อดุลย์ กล่าวย้ำว่า ทิศทางหลังจากนี้ที่ประเทศไทยต้องเดินต่อ อาทิ ต้องพึ่งพาตนเอง , ทำตาม Offset Policy , การลงทุนด้านการวิจัยและนวัตกรรม , ส่งเสริม SME , ความร่วมมือกับมิตรประเทศ , ขยายตลาดส่งออก , พัฒนาบุคคล และบริหารงบประมาณอย่างโปร่งใส
ภาพ : Weeraphat Ratsameerueangrong
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964