"ชัชชาติ" เปิดวิสัยทัศน์ทีมบริหาร ลุยผู้ว่าฯ กทม. สมัย 2 ดันกรุงเทพฯ สู่เมืองน่าอยู่ระดับโลก ลั่นปราบทุจริตเด็ดขาด-ซื้อขายตำแหน่งต้องไม่มี!

2026-07-09 13:59 Nontawat Pinkeaw

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px) (22).jpg

วันนี้ (9 ก.ค. 69) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ โดยได้เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ในการพัฒนากรุงเทพมหานครและการบริหารงานในวาระ 4 ปีข้างหน้า ซึ่งตั้งเป้าหมายสู่การเป็นเมืองชั้นนำระดับโลก นายชัชชาติระบุว่าหัวใจสำคัญของเมืองคือเศรษฐกิจ ซึ่งต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกันทั้งเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มีบริษัทกว่า 8,000 แห่ง และเศรษฐกิจฐานรากอย่างกลุ่มเอสเอ็มอี ร้านค้า และผู้ประกอบอาชีพต่าง ๆ อีกกว่า 500,000 ราย เนื่องจากหากเศรษฐกิจภาพรวมไม่เติบโต เศรษฐกิจฐานรากก็จะไม่สามารถอยู่รอดได้จากการแย่งฐานลูกค้าเดิม จึงจำเป็นต้องขยายโอกาสทางเศรษฐกิจควบคู่กันไป

นายชัชชาติกล่าวต่อไปว่า กรุงเทพมหานครและประเทศไทยยังมีศักยภาพสูง ประกอบกับแนวโน้มการลงทุนจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นตามสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น ทั้งนี้คณะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของตนมีผู้เชี่ยวชาญทั้งระดับฐานรากและมหภาคเพื่อร่วมกำหนดทิศทางเมือง ซึ่งจากการหารือกับนักลงทุนและชาวต่างชาติต่างเห็นตรงกันว่า กรุงเทพฯ มีจุดแข็งในเรื่องการอยู่ร่วมกันของผู้คน สิ่งแวดล้อมที่พัฒนาขึ้น และเสถียรภาพที่มั่นคง อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไขคือกฎระเบียบที่ล้าสมัย ซ้ำซ้อน และล่าช้า ซึ่งการบริหารงานในอีก 4 ปีข้างหน้าจะเน้นย้ำเรื่องการยกระดับประสิทธิภาพการบริการ ปรับปรุงกฎหมายที่ไม่จำเป็นทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดเม็ดเงินลงทุน โดยตั้งเป้าให้กรุงเทพฯ ในอีก 4 ปีข้างหน้าเป็นเมืองที่มีอัตลักษณ์ของตนเอง ไม่จำเป็นต้องเลียนแบบเมืองใดในโลก แต่เป็นเมืองที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ รอยยิ้ม ความเป็นมิตร มีการลงทุนเพิ่มขึ้น และเป็นเมืองที่ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติต่างอยากเข้ามาอยู่อาศัยและทำงาน

ลายน้ำ (9).jpg

สำหรับการทำงานร่วมกับบุคลากรนั้น นายชัชชาติชี้ว่า คะแนนเสียงที่ได้รับจากประชาชนกว่า 65.5 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนถึงความสำเร็จและผลงานของข้าราชการรวมถึงบุคลากรกรุงเทพมหานครทุกคนตลอด 4 ปีที่ผ่านมา และได้กล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมกันทำงานอย่างหนัก พร้อมระบุว่าการทำงานในอีก 4 ปีข้างหน้าจะยิ่งหนักและท้าทายขึ้นตามความคาดหวังของประชาชน โดยยืนยันว่าจะดูแลสวัสดิการของเจ้าหน้าที่อย่างดีที่สุด แต่อยากให้ข้าราชการทุกคนพึงระลึกว่าตนเองโชคดีกว่าประชาชนอีกมากที่มีเงินเดือนและสวัสดิการรองรับ จึงขอให้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชนซึ่งถือเป็นเจ้านายอย่างเต็มกำลัง ส่วนประเด็นบุคลากรที่ยังไม่ได้บรรจุ นายชัชชาติยอมรับว่าทุกคนควรได้รับความเป็นธรรม แต่ยังคงติดขัดเรื่องข้อจำกัดด้านงบประมาณ โดยเฉพาะงบประมาณปี 2570 ที่กรุงเทพมหานครต้องจัดสรรงบจำนวนมากไปชำระภาระค่าเดินรถและค่าใช้จ่ายโครงการรถไฟฟ้า BTS เนื่องจากรายรับจากค่าโดยสารยังต่ำกว่ารายจ่ายอยู่ประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปี ส่งผลให้งบประมาณที่จะนำไปพัฒนาด้านอื่น ๆ ลดน้อยลงตามไปด้วย จึงต้องบริหารจัดการงบประมาณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ส่วนความคืบหน้าการย้ายศาลาว่าการกรุงเทพมหานครจากเสาชิงช้าไปยังดินแดงนั้น นายชัชชาติชี้แจงว่า ปัจจุบันยังไม่สามารถย้ายไปทั้งหมดได้ เนื่องจากพื้นที่ฝั่งดินแดงยังไม่พร้อม โดยเปิดใช้งานได้เพียงอาคารเดียวจากทั้งหมดสองอาคาร ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงอาคารหลัก จึงจะใช้วิธีทยอยย้ายหน่วยงานตามความพร้อม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของโครงสร้าง ระบบลิฟต์ และระบบป้องกันอัคคีภัยเป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังมีแนวคิดที่จะเปิดพื้นที่ศาลาว่าการฯ เสาชิงช้า บางโซนให้ประชาชนได้เข้ามาใช้ประโยชน์ในกิจกรรมสาธารณะมากขึ้น ด้านการทำงานร่วมกับสภากรุงเทพมหานคร นายชัชชาติแสดงความยินดีกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานครทุกคน และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกท่านจากทุกพรรคการเมืองโดยยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง สำหรับข้อซักถามเกี่ยวกับ “อาถรรพ์ผู้ว่าฯ สมัยที่ 2” ที่อดีตผู้ว่าฯ หลายคนมักอยู่ไม่ครบวาระ นายชัชชาติระบุว่าไม่ได้มีความกังวลใจในเรื่องนี้ เพราะการมัวแต่กังวลไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ สิ่งสำคัญคือการมุ่งมั่นทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด และหวังว่าจะทำงานจนครบวาระเพื่อลบความเชื่อดังกล่าวลงได้

ลายน้ำ (10).jpg

ทางด้านการปราบปรามการทุจริต นายชัชชาติเชื่อมั่นว่าตลอด 4 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครมีผลงานด้านการต่อต้านทุจริตที่พัฒนาขึ้นอย่างชัดเจนตามตัวเลขชี้วัด พร้อมทั้งได้กำชับคณะผู้บริหาร ปลัด และรองปลัดกรุงเทพมหานคร ให้ยกเรื่องการปราบปรามการทุจริตเป็นวาระสำคัญอันดับหนึ่งที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง โดยย้ำว่าแม้จะเป็นความผิดเพียงเล็กน้อยก็ไม่สามารถละเว้นได้ และต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างจริงจัง นอกจากนี้ยังยืนยันว่าระบบการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการจะไม่มีการซื้อขายตำแหน่งอย่างเด็ดขาด ทุกคนจะได้รับพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และผลงานเป็นหลัก ส่วนผู้ที่มีประวัติไม่โปร่งใสจะไม่มีสิทธิ์ได้รับการเลื่อนตำแหน่งและต้องถูกดำเนินคดี ทั้งนี้ นายชัชชาติยังได้ฝากถึงข้าราชการและลูกจ้างทุกคนให้ตระหนักถึงบุญคุณของประชาชน ไม่เข้าไปข้องแวะกับการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ พร้อมเสนอให้เรื่องการต่อต้านทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ เพราะหากประเทศยังมีปัญหานี้ ก็จะไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติได้ ซึ่งตนได้เน้นย้ำนโยบายนี้มาโดยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ สำหรับโครงการเมกะโปรเจกต์สะพานข้ามแม่น้ำ นายชัชชาติเห็นว่าโครงการดังกล่าวควรเดินหน้าต่อ โดยได้มอบหมายให้นายวิษณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไปทบทวนรายละเอียดและขั้นตอนต่าง ๆ ทั้งการจัดทำรูปแบบโครงการ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตลอดจนการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และสำหรับความคืบหน้าการปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติกล่าวว่า ปัจจุบันอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนเปิดรับฟังความคิดเห็นเป็นเวลา 60 วัน ก่อนส่งกลับมาให้พิจารณา โดยตั้งเป้าจะผลักดันให้แล้วเสร็จภายในช่วงต้นปีหน้า อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนสุดท้ายของการจัดทำผังเมืองรวมตามพระราชบัญญัติผังเมืองฉบับใหม่นี้ จะต้องเสนอให้สภากรุงเทพมหานครพิจารณาให้ความเห็นชอบด้วย ซึ่งถือเป็นขั้นตอนใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ จึงยังต้องมีการหารือกับคณะกรรมการผังเมืองเพิ่มเติมถึงแนวทางปฏิบัติ โดยเฉพาะในกรณีหากสภากรุงเทพมหานครมีการแก้ไขรายละเอียด ว่าจะต้องเริ่มนับหนึ่งกระบวนการใหม่ทั้งหมดหรือไม่ แต่ถึงกระนั้นก็ขอยืนยันว่าจะเร่งรัดกระบวนการให้เสร็จสิ้นภายในต้นปีหน้าตามที่ตั้งเป้าไว้

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964