พร้อมรับมือ “มณเฑียร” นำ กมธ. ลุยชายแดนใต้ สั่งปิดด่านถาวร-แฉฐานสแกมเมอร์ ด้านที่ปรึกษาฯ มั่นใจยุทโธปกรณ์ไทยเหนือกว่ากัมพูชา

2026-07-12 19:05 Nontawat Pinkeaw

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px) (19).jpg

วันนี้ (12 ก.ค. 69) เวลา 15.30 น. นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ได้นำคณะกรรมาธิการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่หารือและรับฟังปัญหา ณ ด่านช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ

ระหว่างการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการฯ พบว่ามีกลุ่มชาวบ้านและทหารฝ่ายกัมพูชามายืนเกาะรั้วสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของฝั่งไทยอย่างใกล้ชิด โดยผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นว่าชาวกัมพูชาบางส่วนได้ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพและวิดีโอไว้ ก่อนที่ทั้งหมดจะพากันหลบเข้าที่พักเนื่องจากมีพายุฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่

หลังจากเสร็จสิ้นการตรวจเยี่ยมทั้งด่านช่องจอมและด่านช่องสะงำ นายมณเฑียรได้ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมว่า ได้รับข้อมูลจำนวนมากจากหลายหน่วยงานซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี และขอให้ประชาชนมั่นใจได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร และทุกภาคส่วนมีความพร้อมอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านแผนอพยพ การรับมือหากเกิดสถานการณ์สู้รบ รวมถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย

ลายน้ำ (19).jpg


ส่วนประเด็นที่ด่านชายแดนทั้งสองแห่งตั้งอยู่ใกล้กับพื้นที่คาสิโนและฐานปฏิบัติการของแก๊งสแกมเมอร์ นายมณเฑียรระบุว่า ด่านช่องสะงำเป็นด่านถาวรที่มีการเดินทางข้ามแดน และปฏิเสธไม่ได้ว่ามีพื้นที่บ่อนคาสิโนรวมถึงฐานสแกมเมอร์อยู่บริเวณดังกล่าวจริง แต่ในนามของรัฐบาลและแทน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขอยืนยันนโยบายที่ชัดเจนว่าจะไม่มีการเปิดด่านแห่งนี้อย่างแน่นอนแบบร้อยเปอร์เซ็นต์

นายมณเฑียรกล่าวต่อไปว่า จากจากการลงพื้นที่ด่านช่องจอมพบว่าฝั่งกัมพูชามีการขยายตัวของแหล่งปฏิบัติการแก๊งสแกมเมอร์เป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่ได้หลอกลวงแค่คนไทย แต่สร้างความเสียหายแก่ประชาชนทั่วโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกา อินเดีย ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศ ซึ่งการทำงานของฝ่ายไทยมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสกัดกั้นเครือข่ายเหล่านี้ โดยเอกสารและหลักฐานอาชญากรรมออนไลน์ที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ถูกรวบรวมไว้ทั้งหมดแล้ว ทำให้ปัจจุบันขบวนการสแกมเมอร์ในพื้นที่ดังกล่าวถูกควบคุมและตรึงไว้จนหมดจนไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ง่าย ๆ

สำหรับเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่หลังมีการปิดด่าน นายมณเฑียรยืนยันว่า ชาวบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหากรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเปิดด่านพวกตนก็จะไม่ยอม ซึ่งตรงกับนโยบายของรัฐบาลที่ไม่เปิดด่านร้อยเปอร์เซ็นต์เช่นกัน ส่วนข้อถามเรื่องผลกระทบจากการตัดขาดการค้าชายแดนที่เคยคึกคัก นายมณเฑียรชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง เพราะนับตั้งแต่ปิดด่านชายแดนมา ตัวเลข GDP ของประเทศกลับเพิ่มขึ้นประมาณ 9 เปอร์เซ็นต์ ตามข้อมูลที่กระทรวงต่าง ๆ และสื่อมวลชนได้เผยแพร่ ดังนั้นประชาชนจึงไม่มีข้อกังวลใด ๆ และขอให้เชื่อมั่นในการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย

ลายน้ำ (20).jpg


ทางด้าน พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของคณะกรรมาธิการฯ ได้เปิดเผยข้อมูลหลังได้รับรายงานจากการลงพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ และด่านศุลกากรช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบริเวณช่องจอมที่มีอาคารมากถึง 157 อาคาร ซึ่งมีการลงทุนจำลองสถานีตำรวจและธนาคารของประเทศต่างๆ ขึ้นมาอย่างสมจริงเพื่อใช้ทำระบบคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงเหยื่อทั้งชาวจีน สหรัฐฯ อินเดีย ญี่ปุ่น และไทย

พล.อ.รังษี ระบุว่า การลงพื้นที่วันนี้เป็นการเปิดเผยความจริงให้คนไทยได้รับรู้ พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้ประชาชนและผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะการรับทราบข้อมูลส่วนที่ขาดแคลน ซึ่งนายมณเฑียรจะนำข้อมูลที่แท้จริงนี้ไปรายงานตรงต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อเสริมความมั่นคงและเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดหากต้องมีการปะทะกับกัมพูชาในรอบต่อไป โดยเฉพาะการเสริมขวัญกำลังใจให้แก่ฝ่ายทหาร ซึ่งรัฐบาลยินดีสนับสนุนงบประมาณอย่างเต็มที่ไม่อั้นเพื่อปกป้องอธิปไตยตามคำสั่งการของนายกรัฐมนตรี

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความกังวลเกี่ยวกับยุทโธปกรณ์ที่ทางจีนสนับสนุนให้กัมพูชาเพิ่มมากขึ้น พล.อ.รังษี ตอบว่า ฝั่งไทยเองก็ได้รับการสนับสนุนจากจีนเช่นกันแต่อาวุธที่ไทยมีนั้นเหนือกว่ากัมพูชามาก พร้อมทั้งมองว่าการที่จีนให้รถถังแก่กัมพูชานั้นเปรียบเสมือนการให้ยาพิษหรือเป็นเพียงปะการังเทียม เพราะหากพ่ายแพ้ขึ้นมา สมเด็จฯ ฮุน เซน จะต้องหลุดจากตำแหน่งอย่างแน่นอน และตอนนี้ฝ่ายกัมพูชาก็กำลังดิ้นรนเนื่องจากเศรษฐกิจพังทลาย หน้าที่ของไทยคือการกดดันอย่างเด็ดขาดตั้งแต่บัดนี้ ซึ่งเชื่อว่าทั้งจีนและอเมริกาจะต้องขอบคุณฝั่งไทย

ลายน้ำ (22).jpg

สำหรับกรณีที่มีทหารและประชาชนกัมพูชามาถ่ายภาพคณะกรรมาธิการฯ พล.อ.รังษี มองว่าเป็นเรื่องดีที่จะได้รายงานให้ทางกัมพูชาทราบว่าไทยรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว และพร้อมให้ประชาชนรับมือหากเกิดการปะทะ โดยทหารและตำรวจความมั่นคงพร้อมที่จะตอบโต้อย่างเด็ดขาดในรอบหน้า หากฝั่งนั้นยังมีพฤติกรรมแบบเดิมๆ กองทัพไทยจะสั่งสอนให้เป็นบทเรียนราคาแพงที่จะไม่มีวันลืมตลอดชีวิต และจะไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนครั้งที่ผ่านมา

ในช่วงท้าย นายมณเฑียร กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันในพื้นที่มี สส. พรรคภูมิใจไทย ได้แก่ นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ, นางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล และนางสาวปทิดา ตันติรัตนานนท์ ทำหน้าที่คอยเฝ้าระวังสถานการณ์และประสานข้อมูลกับรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยมีการรายงานความคืบหน้าบริเวณด่านช่องจอมและด่านช่องสะงำต่อที่ประชุมอย่างสม่ำเสมอตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ประชาชน ซึ่ง พล.อ.รังษี ได้กล่าวเสริมว่า การทำงานร่วมกันระหว่างคณะกรรมาธิการและ สส. เจ้าของพื้นที่ เป็นไปอย่างบูรณาการเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ นายมณเฑียร เผยว่าในวันพรุ่งนี้ คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ มีกำหนดการจะเดินทางไปลงพื้นที่ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ก่อนจะนำข้อมูลทั้งหมดกลับมาพิจารณาและผลักดันการแก้ไขปัญหาในชั้นกรรมาธิการต่อไป

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964