
วันนี้ (15 ก.ค. 69) เวลา 09.30 น. ที่อาคารรัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ได้แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ถึงกรณีการสวมสิทธิ์พ่อทิพย์แม่ทิพย์และปัญหากลุ่มทุนสีเทาต่าง ๆ ในประเทศไทย โดยมองว่าการใช้เวทีทางการทูตที่ถูกต้องจะต้องเป็นการทูตที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศไทย (Pro-Thailand) เป็นหลัก เพื่อประโยชน์สูงสุดและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหา เนื่องจากปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นในลักษณะข้ามพรมแดนและเกี่ยวพันกับอาชญากรข้ามชาติ ทั้งนี้ หากนายกรัฐมนตรีไม่ได้มองว่าการทูตเป็นเพียงแค่เรื่องของการสร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศไทย หรือเป็นแค่การเดินทางไปตัดริบบิ้นเปิดงานเท่านั้น แต่หันมาใช้เวทีทางการทูตเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง ตนก็เชื่อมั่นว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้จริง
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนที่นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการจะเดินทางไปเยือนประเทศจีนในวันที่ 16-20 กรกฎาคมนี้ ซึ่งหัวข้อหลักอาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่อยากให้ตระหนักว่าในเวทีดังกล่าวนอกจากจะได้พบกับผู้บริหารระดับสูงของประเทศจีนแล้ว ยังมีผู้นำจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศกัมพูชาเข้าร่วมในเวทีเดียวกันด้วย ฉะนั้น ตนจึงคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเยือนประเทศจีนของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ จะไม่ใช่แค่การไปเปิดงานและพูดคุยเรื่อง AI เพียงอย่างเดียว แต่อยากเห็นนายกรัฐมนตรีนำผลสัมฤทธิ์ที่เป็นชิ้นเป็นอันกลับมาฝากประเทศไทย ว่าท้ายที่สุดแล้วการแก้ไขปัญหามลพิษ การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา การแก้ปัญหากลุ่มทุนสีเทา รวมถึงปัญหาเรื่องการสวมสิทธิ์พ่อทิพย์แม่ทิพย์ ทางการไทยพร้อมที่จะเป็นแกนนำในการใช้เวทีทางการทูตอย่างไร และประเทศจีนพร้อมที่จะให้การสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ในรูปแบบใดบ้าง
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สิ่งที่ทางพรรคตั้งข้อสังเกตคือ ข่าวใหญ่ ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมล้วนแล้วแต่มีความเกี่ยวพันกับวงโคจรของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มสีน้ำเงิน การทุจริตการสอบท้องถิ่น การสวมสิทธิ์พ่อทิพย์แม่ทิพย์ต่าง ๆ รวมถึงกรณีล่าสุดที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงบประมาณท้องถิ่นในพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนของแผนที่สองเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงานวงเงิน 2 แสนล้านบาท ที่ทางพรรคได้ตั้งข้อสังเกตว่ามีความพยายามสอดไส้เอาแคตตาล็อกรายชื่อผู้รับเหมาที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลเข้ามารับงานในส่วนนี้หรือไม่ จนทำให้ในวันต่อมารัฐบาลต้องประกาศยกเลิกเรื่องดังกล่าวไป นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการกำกับดูแลสถานบันเทิงต่าง ๆ ด้วย

นายณัฐพงษ์ ระบุเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ตนได้กล่าวมานั้น หากทุกคนมองหาจุดร่วมเดียวกันก็จะพบว่าล้วนเกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทยโดยตรง ทั้งในส่วนของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นและกรมการปกครอง ซึ่งทุกอย่างล้วนรายล้อมอยู่ภายใต้การดูแลของนายอนุทินทั้งสิ้น ตนจึงเชื่อว่าข้อสังเกตในส่วนนี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่สะท้อนถึงความล้มเหลวในการทำหน้าที่ของนายอนุทินเอง ส่วนสาเหตุของความล้มเหลวนั้น ตนสามารถไล่เรียงได้ว่า นายอนุทินอาจจะมองว่างานในกระทรวงมหาดไทยเป็นเพียงงานพาร์ทไทม์ (Part-time) จึงไม่ได้ลงมากำกับดูแลอย่างเข้มงวดและเพียงพอ หรือในอีกแง่หนึ่งคือ อาจจะรับรู้ถึงปัญหาอยู่แล้วแต่ขาดความกล้าหาญที่จะลงมือจัดการ
"ต้องไม่ลืมว่านายอนุทินทำหน้าที่ในกระทรวงมหาดไทยมาหลายรัฐบาลแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะเข้ามาดูแลในช่วงนี้ ดังนั้น การที่รู้ปัญหาแต่ไม่กล้าทำ หรือสิ่งที่แย่ไปกว่านั้นคือ นายอนุทินและบริวารอาจมีส่วนพัวพันกับเรื่องการทุจริตในแวดวงราชการต่าง ๆ ซึ่งตนเชื่อว่าไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม ทุกมิติต่างแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวในการแก้ปัญหาของนายอนุทิน ซึ่งที่ผ่านมาพรรคประชาชนไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่วิพากษ์วิจารณ์หรือตรวจสอบในฐานะฝ่ายค้านเท่านั้น แต่เราเชื่อว่าทางออกที่สำคัญของประชาชนคนไทยคือ จะทำอย่างไรให้ธุรกิจสีเทาและการทุจริตคอร์รัปชันหมดไปจากประเทศ" นายณัฐพงษ์ กล่าว
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ ทางพรรคประชาชนได้เตรียมเปิดเวทีเพื่อพูดคุยในประเด็นเหล่านี้ โดยจะชี้ให้เห็นว่าในฐานะประชาชนคนไทยทุกคน ตั้งแต่เกิดจนโตที่ต้องใช้บริการสาธารณะในทุกช่วงวัย เราต้องสูญเสียและจ่ายต้นทุนที่เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชันไปมากน้อยเพียงใด ซึ่งถือเป็นต้นทุนที่ไม่จำเป็นต้องเสียเลย โดยทางพรรคมีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ จึงอยากขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมรับฟังในวันดังกล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีความมั่นใจมากน้อยเพียงใดว่าครั้งนี้จะสามารถแก้ปัญหาเรื่องทุนสีเทาได้จริง นายณัฐพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนมีความมั่นใจว่าหากรัฐบาลทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และใช้เวทีทางการทูตเพื่อแก้ปัญหาอย่างแท้จริง โดยไม่ได้ใช้เพื่อการสร้างภาพลักษณ์ เราจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างแน่นอน ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นการพิสูจน์ว่าสิ่งที่ตนกล่าวหานั้นเกินจริงหรือไม่ ฉะนั้น ขอให้รอติดตามการทำหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีในการเดินทางไปเยือนประเทศจีน ว่าเมื่อเดินทางกลับมาแล้วจะมีผลงานอะไรมาฝากประชาชนชาวไทยบ้าง
ภาพ : Weeraphat Ratsameerueangrong
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964