
วันนี้ (15 ก.ค. 69) เวลา 10.00 น. ที่อาคารรัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์แนวคิดข้าวแกงราคา 40 บาท โดยนายชัยชนะระบุว่า ในมุมมองของตนยอมรับว่ารัฐมนตรีเป็นผู้มีความสามารถ แต่ก็อยากขอให้ช่วยตอบคำถามว่า ปัจจุบันนี้ข้าวแกงราคา 30 หรือ 40 บาท ยังมีขายอยู่ที่ใดบ้าง และหากรัฐมนตรีมีเวลาว่าง ตนก็พร้อมที่จะพาลงพื้นที่ไปสำรวจความจริงด้วยกัน
นายชัยชนะ กล่าวต่อไปว่า ต้องยอมรับว่าในพื้นที่ต่างจังหวัดยังพอมีข้าวแกงราคา 30 บาทอยู่บ้าง ขณะที่ในกรุงเทพมหานครอาจจะพบได้ตามโรงเรียนหรือหน่วยงานราชการที่มีการอุดหนุนราคาให้ ส่วนราคาประมาณ 40-50 บาท ก็ยังพอมีอยู่ในบางพื้นที่ แต่หากรัฐบาลต้องการจะช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนอย่างจริงจัง ก็ควรลงไปสำรวจว่าปัจจุบันร้านค้าที่สามารถขายข้าวแกงได้ในราคาต่ำที่สุดนั้นมีต้นทุนอยู่ที่เท่าใด แล้วนำตัวเลขดังกล่าวมาเป็นมาตรฐาน เพื่อหาแนวทางสนับสนุนให้ประชาชนได้เข้าถึงอาหารในราคาที่เหมาะสม
นายชัยชนะ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญที่กระทรวงพาณิชย์ควรเร่งดำเนินการในขณะนี้ คือการเข้ามาแก้ปัญหาราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เนื่องจากก่อนหน้านี้ตนได้ตั้งข้อสังเกตมาโดยตลอดว่า แม้ราคาน้ำมันและต้นทุนพลังงานจะทยอยปรับลดลงมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ราคาสินค้าในท้องตลาดกลับไม่ได้ปรับลดลงตาม ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงพาณิชย์ต้องเข้าไปกำกับดูแลอย่างจริงจัง
“ผมเคยบอกท่านรัฐมนตรีผู้น่ารัก พูดจาไพเราะมานานแล้วครับ แต่ท่านไม่ยอมรับฟัง ผมคิดว่าท่านเอาเวลาด้วยการประดิษฐ์คำพูดเนี่ย ท่านเอาเวลาอย่างนี้มาประดิษฐ์งานดีกว่าครับ” นายชัยชนะ กล่าว

นอกจากนี้ นายชัยชนะ ยังกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ควรเร่งตรวจสอบราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่เคยปรับขึ้นราคาในช่วงต้นทุนพลังงานสูง ว่าในปัจจุบันได้ปรับลดลงตามต้นทุนที่ลดลงแล้วหรือไม่ โดยอยากให้กรมการค้าภายในลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างจริงจัง หากพบว่าห้างร้านหรือผู้ประกอบการรายใดไม่มีการปรับลดราคาลงตามต้นทุน ก็ควรใช้มาตรการทางกฎหมายเข้าไปดำเนินการอย่างเหมาะสม
พร้อมกันนี้ นายชัยชนะ ยังได้ฝากเตือนไปยังกระทรวงพาณิชย์ถึงการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูกาลผลไม้ภาคใต้ โดยเฉพาะช่วงที่ผลผลิตมังคุดกำลังจะออกสู่ตลาดจำนวนมาก ซึ่งหากไม่มีมาตรการรองรับที่จับต้องได้ อาจส่งผลให้เกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์จึงควรเตรียมแผนงานล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นการประสานงานกับกรมประชาสัมพันธ์ ไปรษณีย์ไทย ผู้ให้บริการขนส่งเอกชน รวมถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเข้ามาสนับสนุนเรื่องค่าบรรจุภัณฑ์และการขนส่ง ตลอดจนหาตลาดรองรับทั้งในและต่างประเทศ และวางแผนระบายผลผลิตอย่างเป็นระบบ มากกว่าที่จะออกมาปฏิเสธว่าปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจริง
นายชัยชนะ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากรัฐบาลยังมองว่าข้าวแกงราคา 30 บาทยังมีขายอยู่ ก็ต้องพิจารณาด้วยว่าร้านเหล่านั้นเป็นร้านที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น ในโรงเรียนหรือหน่วยงานราชการหรือไม่ ซึ่งย่อมแตกต่างจากร้านค้าทั่วไปของภาคเอกชน ดังนั้น รัฐบาลควรเข้าไปศึกษาว่าปัจจัยใดที่ทำให้ร้านเหล่านั้นสามารถขายในราคานั้นได้ และหากต้นทุนวัตถุดิบยังคงสูงอยู่ กระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการช่วยเหลือเพื่อลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการอย่างไร ซึ่งถือเป็นหน้าที่โดยตรงที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งทำ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นางศุภจีในฐานะรัฐมนตรีควรจะประเมินผลการทำงานของตัวเองหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า เรื่องการประเมินผลงานเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี แต่สำหรับตนแล้ว การทำงานจะดีหรือไม่ดี ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเอง
“ถ้าของยังแพง ขายยังถูก รายได้เท่าเดิม แต่ค่าครองชีพสูงขึ้น คุณศุภจีควรกลับไปทบทวนการทำงานของตัวเองนะครับ ผมบอกแล้วนี่ประเทศไทยไม่ใช่เอกชนที่จะทำอะไรก็ได้นะครับ” นายชัยชนะ กล่าวทิ้งท้าย
ภาพ : Weeraphat Ratsameerueangrong
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964