"หมอสุภัทร" ยื่นสอยประธาน กสทช. ปมขัดคุณสมบัติ นั่งเก้าอี้ซ้อน-รับเงินมหาวิทยาลัย-บอร์ดแบงก์กรุงเทพ

2026-07-17 11:57 Khanisorn Lorthongdaeng

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px).jpg

วันนี้ (17 ก.ค. 69) เวลา 9.00 น. ที่รัฐสภา นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ปรึกษาของประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือพร้อมพยานหลักฐานต่อคณะกรรมการสรรหา กสทช. เพื่อชี้ให้เห็นว่า นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ยังคงมีสถานะเป็นลูกจ้างชั่วคราวในตำแหน่งแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2565 ถึง 12 เมษายน 2565 แม้ว่าจะลาออกจากมหาวิทยาลัยแล้วก็ตาม

นพ.สุภัทร กล่าวชี้แจงว่า ตาม พ.ร.บ. จัดสรรคลื่นความถี่ มาตรา 18 ระบุชัดเจนว่าผู้ได้รับคัดสรรจากวุฒิสภาให้เป็นกรรมการ กสทช. จะต้องลาออกภายใน 15 วัน ซึ่งตรงกับวันที่ 11 มกราคม 2565 ปรากฏว่า นพ.สรณ ยังคงมีสถานะเป็นลูกจ้างชั่วคราวในตำแหน่งแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงในช่วงเวลาดังกล่าว แม้ทาง นพ.สรณ จะปฏิเสธว่าตำแหน่งนี้ไม่ใช่ลูกจ้างของมหาวิทยาลัย แต่จากการรวบรวมหลักฐานตามระเบียบข้อบังคับเรื่องลูกจ้างเงินรายได้ 2561 ของมหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าระบุชัดเจนถึงลูกจ้างชั่วคราวที่หมายรวมถึงรายเดือน รายวัน และรายชั่วโมง การเป็นแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงจึงถือเป็นลูกจ้างของมหาวิทยาลัย ซึ่งขัดกับมาตรา 8 (2) ที่ต้องลาออกจากการเป็นลูกจ้างหรือพนักงานของรัฐ โดยมีหลักฐานการเสียภาษี ภ.ง.ด.90 และหลักฐานการรับเงินรายได้จากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายนอย่างชัดเจน

ลายน้ำ.jpg

นพ.สุภัทร ยืนยันว่า หลักฐานเหล่านี้เพียงพอที่จะชี้ขาดว่าเป็นลูกจ้างแน่นอน เพราะแพทย์ไม่สามารถเข้ามาตรวจรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลได้โดยไม่มีตัวตน ต้องผ่านการสมัครและได้รับอนุญาต ซึ่งสถานะที่เป็นไปได้คือลูกจ้างหรือแพทย์ ไม่สามารถเข้ามาเป็นแพทย์จิตอาสาเฉยๆ ได้ เรื่องนี้จึงมีความชัดเจนมาก ส่วนประเด็นเรื่องการมีคนไข้ประจำนั้น มีหลักฐานชัดเจนบนเว็บไซต์ของโรงพยาบาลรามาธิบดีว่า นพ.สรณ ออกตรวจพรีเมียมคลินิกในวันจันทร์และวันพฤหัสบดี รวมถึงบนเว็บไซต์โรงพยาบาลสมิติเวชในวันอาทิตย์ และโรงพยาบาลพระราม 9 ในวันเสาร์ แม้ปัจจุบันเว็บไซต์เหล่านี้จะถูกถอดข้อมูลออกไปหมดแล้วก็ตาม สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงโอกาสที่จะเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนตามมาตรา 8 (3) ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องลาออกทั้งหมด เนื่องจาก กสทช. คาดหวังการทำงานเต็มเวลาตามมาตรา 26 ดังนั้นจึงต้องเลือกว่าอยากเป็นหมอหรืออยากเป็นประธาน กสทช.

เมื่อถามถึงกรณีที่เรื่องนี้ลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน นพ.สุภัทร เผยว่า หลักฐานจากกรรมาธิการ ICT ของวุฒิสภาชุดก่อนที่พิจารณาในปี 2567 นั้นมีความเพียงพอและเป็นหลักฐานสำคัญมาก ซึ่งตนได้นำมาประกอบการพิจารณาในกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ครั้งนี้ โดยในอดีตแม้กรรมาธิการ ICT จะมีมติเห็นว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติ แต่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภาในขณะนั้น ไม่ได้บรรจุวาระเพื่อดำเนินการต่อ ทำให้รายงานค้างอยู่ถึง 2 ปี ทั้งที่กรรมาธิการ ICT มีความตั้งใจสร้างความเป็นธรรม ในรอบนี้กรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ จึงนำเรื่องนี้มาพิจารณาอีกครั้ง ประกอบกับกรรมการสรรหา กสทช. เองก็รู้สึกว่าสังคมกำลังจับตามองในเรื่องธรรมาภิบาลขององค์กร เพราะที่ผ่านมา 3 ปี กสทช. แทบจะปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนได้น้อยมาก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาค่าอินเตอร์เน็ตแพง ค่าทีวีดิจิตอล และค่าคลื่นความถี่มือถือที่แพง

นพ.สุภัทร ระบุต่อไปว่า ตนไม่รู้ว่าเรื่องนี้ทำเพื่อใคร แต่สิ่งที่รับรู้ได้คือค่าโทรศัพท์มือถือควรจะถูกกว่านี้และกำลังมีแนวโน้มของการผูกขาด นอกจากนี้ยังมีอีกประเด็นสำคัญคือการดำรงตำแหน่งกรรมการธนาคารกรุงเทพ โดยหลังจากวันที่ 11 มกราคม 2565 นพ.สรณ ต้องไม่รับตำแหน่งใดๆ แต่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ทางธนาคารได้ชวนด้วยวาจาให้มาเป็นกรรมการอิสระ ซึ่ง นพ.สรณ ได้ตอบรับและส่งใบสมัคร ก่อนจะได้รับการคัดเลือกในการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2565 และในวันถัดมาก็ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นประธาน กสทช. แต่กลับไม่มีหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการธนาคาร มีเพียงหนังสือขอชะลอการรับตำแหน่งเพื่อหารือให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่าจะดำรงตำแหน่งควบได้หรือไม่ ซึ่งในการประชุม กสทช. ครั้งที่ 9 ในเดือนเมษายน 2565 มีการส่งเรื่องหารือจริง แต่สุดท้ายกลับดึงเรื่องกลับและระบุว่าไม่ขอหารือแล้ว

สำหรับความคาดหวังต่อผลการพิจารณา นพ.สุภัทร กล่าวว่า กรรมการสรรหา กสทช. จะต้องลงมติอย่างเปิดเผย ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ประกอบด้วยผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ได้แก่ นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ประธานกรรมการสรรหา (ผู้พิพากษาศาลฎีกา), นายนภดล เทพพิทักษ์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, นายวิษณุ วรัญญู จากศาลปกครองสูงสุด และนายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน (ข้อมูลตามจริง หรือผู้แทนจากปีกสถาบันการเงินการธนาคารตามที่ระบุในเนื้อหา) ซึ่งจะมีความเข้าใจเรื่องกรรมการธนาคารเป็นอย่างดี ตนจึงเชื่อมั่นว่าทั้ง 4 ท่านจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างละเอียดรอบคอบเพราะหลักฐานชัดเจนมาก และหวังว่ากรรมการสรรหาในรอบนี้จะมีมติชี้ขาดเป็นที่สุดเพื่อให้ กสทช. เดินหน้าต่อไปได้โดยไม่คาราคาซัง ส่วนคำถามที่ว่าจะมีการล็อบบี้กันหรือไม่นั้น คงต้องรอดูต่อไป แต่ตนยังคงคาดหวังในตัวกรรมการทั้ง 4 ท่านที่เป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง

ภาพ : Weeraphat Ratsameerueangrong

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964