กองทัพไทย นำสื่อมวลชนลงพื้นที่โครงการหลวงห้วยนํ้าขาว จ.เพชรบูรณ์

2026-07-18 14:58 Khanisorn Lorthongdaeng

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px).jpg

วันนี้ (18 ก.ค. 69) เวลา 09.00 น. ที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงห้วยน้ำขาว โดยกลุ่มเกษตรกร ทวีทรัพย์ฟาร์ม อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ น.อ.จงเจต วัชรานันท์ รองผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย นำคณะสื่อมวลชน เดินทางลงพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงห้วยนํ้าขาว โดยมี นายอาณัติ ธิขวัญ นักวิชาการส่งเสริมและพัฒนา 3 หัวหน้ากลุ่มโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง พื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ กำแพงเพชร พิษณุโลก เลย บุรีรัมย์ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน

โดย นายอาณัติ กล่าวถึงรายละเอียดและการดำเนินงานที่ผ่านมา ว่า ในพื้นที่ดำเนินงานของโครงการฯ 128 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 79,907 ไร่ มีประชากรในพื้นที่เป็นชาวชาติพันธุ์ม้งทั้งหมด รวม 12 หมู่บ้าน 3,000 ครัวเรือน จำนวนประชากรทั้งหมดราว 20,000 คน และประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก พันธกิจหลักของโครงการฯ จึงเป็นการส่งเสริมการพัฒนาด้านการเกษตรอินทรีย์และเกษตรยั่งยืนให้กับประชากรในพื้นที่ โดยมีปัญหาที่สำคัญต้องแก้ไข ได้แก่ การบริหารจัดการน้ำ การใช้สารเคมีในพื้นที่ รวมถึงปัญหาด้านพื้นที่ทำกินและพื้นที่อยู่อาศัย เนื่องจากพื้นที่นี้เคยเป็นพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อนด้านความเชื่อในลัทธิการปกครองตั้งแต่อดีต

ลายน้ำ (1).jpg

นายอาณัติ กล่าวอีกว่า โครงการฯ จึงได้บูรณาการทำงานร่วมกับจังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอเขาค้อ และหน่วยงานต่าง ๆ โดยนำโครงการหลวงมาเป็นต้นแบบในการพัฒนาพื้นที่ ผ่านแนวคิด เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และใช้หลักการพัฒนาที่ยั่งยืนจากภูเขาสู่ชุมชน ด้วยการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ และขยายผลข้ามจังหวัด ใช้หลักพลิกฟื้นวิถีเกษตรห้วยน้ำขาวสู่เกษตรมูลค่าสูงเพื่อการส่งออก (Green Shift) มีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาสนับสนุน เช่น ใช้โดรนบินดูแปลงเกษตรในพื้นที่เพื่อจัดพื้นที่แปลง และมีการนำมาตรฐานของกรมวิชาการเกษตรมากำกับดูแลผลผลิต

นายอาณัติ กล่าวอีกว่า ซึ่งในปัจจุบัน ผลผลิตทางการเกษตรมีตลาดรองรับที่แน่นอนตลอดทั้งปี โดยส่งจำหน่ายทางตลาดชุมชน ตลาดจังหวัด ตลาดสี่มุมเมือง และบางส่วนมีศักยภาพถึงขนาดส่งจำหน่ายเป็นสินค้าเกษตรอินทรีย์ในต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืน ในปีที่ผ่านมา (2568) กว่า 35 ล้านบาท และสามารถปรับวิถีชีวิตของเกษตรกรให้มาสู่วิถีเกษตรอินทรีย์ได้ ผ่านการน้อมนำแนวพระราชดำริของโครงการหลวง และพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ เข้ามาหล่อหลอมให้ชาวชาติพันธุ์ได้มีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น และได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า

ลายน้ำ.jpg

นายอาณัติ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ปัจจุบัน โครงการฯ ยังได้พัฒนาการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารให้กับชุมชน โดยมีการนำข้อมูลข่าวสารมาเล่าให้ผู้นำชุมชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งภัยพิบัติ ภาวะสงครามที่ส่งผลให้ราคาแม่ปุ๋ยสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้ผู้นำชุมชนนำไปสื่อสารกับเกษตรกรและชุมชน ให้เข้าใจและสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้โดยเฉพาะ

นายอาณัติ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้มีการสำรวจแหล่งน้ำต้นทุนในพื้นที่ เพื่อเตรียมรับภัยแล้งที่อาจเกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ในช่วงปลายปีนี้ ไปจนถึงต้นปีหน้า โดยร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อขุดบ่อขนาดใหญ่และปูรองด้วยผ้าพลาสติกขนาด 3-4 ไร่ เพื่อเตรียมเก็บกักน้ำไว้ใช้ รวมทั้งของบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 2 สระบุรี กรมทรัพยากรน้ำ เพื่อจัดทำฝายในป่าชุมชน ซึ่งจากการดำเนินการต่าง ๆ ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ได้มีเกษตรกรในพื้นที่มาขอเข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มขึ้นทุกปี โดยในขณะนี้ มีเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมแล้วประมาณ 500 กว่าราย

ภาพ : Yanawut Samphaothong

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964