
วันนี้ (26 ส.ค. 69) เวลา 12.13 น. ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงสรุปผลการเยือนกองบัญชาการกองทัพไทย ของ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ว่า เป็นการตรวจเยี่ยมเพื่อรับฟังแนวทางการปฏิบัติงานของกองบัญชาการกองทัพไทย ตลอดจนรับทราบถึงความต้องการ ข้อเสนอแนะ และข้อขัดข้องต่าง ๆ ในการดำเนินการในห้วงที่ผ่านมา โดย รมว.กลาโหม ได้ชื่นชมความพร้อมของกองบัญชาการกองทัพไทย ทั้งในด้านการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน การแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชายแดน
พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวย้ำว่า นโยบายสำคัญ 7 ข้อ ให้นำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีใจความสำคัญ คือ เรื่องแรก กองทัพไทยต้องมีการเตรียมพร้อมทั้งในด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ ระบบการส่งกำลังบำรุงให้สามารถตอบสนองกับภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน โดยเฉพาะจากการปะทะในพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชาทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา เรื่องที่ 2 ต้องยกระดับการปฏิบัติการร่วมระหว่างเหล่าทัพให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เรื่องที่ 3 ต้องมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงานและสามารถส่งข้อมูลกลับมายังศูนย์บังคับบัญชาได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้การตัดสินใจและการบังคับบัญชา สอดคล้องเป็นภาพเดียวกัน
พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวอีกว่า เรื่องที่ 4 ต้องเตรียมความพร้อมรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ทั้งการทำสงครามแบบผสมผสาน (Hybrid Warfare) หรือการรบโดยใช้อากาศยานไร้คนขับ เรื่องที่ 5 เน้นย้ำให้ความสำคัญด้านการดูแลสวัสดิภาพ และการพัฒนากำลังพลให้เท่าทันกับเทคโนโลยี เรื่องที่ 6 เน้นย้ำความสำคัญของการร่วมมือกับมิตรประเทศ และเรื่องที่ 7 ย้ำว่ากองทัพจะต้องให้ความสำคัญกับประโยชน์ที่ประเทศและประชาชนจะได้รับเป็นลำดับแรกเสมอ ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ตั้งความคาดหวังว่า ต่อจากนี้ไป การปฏิบัติของกองทัพ จะต้องมีการประเมินเพื่อให้เตรียมพร้อมรับภัยคุกคามล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ก้าว

ด้าน พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวสรุปว่า เรื่องที่กองบัญชาการกองทัพไทยได้ขอการสนับสนุนจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คือ ด้านการสื่อสารที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไข โดยจะขอรับการสนับสนุนในด้านการสื่อสาร ผ่านการจัดหาระบบดาวเทียมวงโคจรต่ำมาก (Very Low Earth Orbit Satellite Communication System) ซึ่งมีวิถีวงโคจร 200 กิโลเมตรเหนือจากผิวโลก ซึ่งต่างจากดาวเทียมดวงอื่น ๆ ของไทย ที่มีวงโคจรสูงกว่าระดับนี้ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและแม่นยำในการสื่อสาร รวมทั้งการระบุพิกัด โดยระบบดาวเทียมวงโคจรต่ำ จะส่งผลดีทั้งในด้านที่ความหน่วงอากาศลดลง ทำให้การสื่อสารแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น ประกอบกับเครื่องรับสัญญาณสามารถพกพาได้สะดวก ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการต่อต้านภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยในเบื้องต้นคาดว่าอาจจะขอดาวเทียมชนิดดังกล่าว เพื่อทดลองใช้นำร่องจำนวน 3 ดวง ก่อน หากเห็นว่ามีประสิทธิภาพ ก็จะขอจัดหาทั้งสิ้น 12 ดวง
ภาพ : Yanawut Samphaothong
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964