
วันนี้ (29 ส.ค. 69) เวลา 10.00 น. ที่สถาบันสร้างอนาคตไทย ถนนเทิดราชัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร พรรคไทยสร้างไทย จัดการอบรมสัมมนาโครงการ The Builder Forum: New Public Governance ทางรอดประเทศไทย โดยมี ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) (ACT) , ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานคณะทำงาน Zero Corruption ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานมูลนิธิไทยพึ่งไทย (สมพล-เรณู เกยุราพันธุ์) ร่วมเสวนาในหัวข้อ New Public Governance ทางรอดประเทศไทย
นายอุดมเดช รัตนเสถียร หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าวเปิดการอบรมสัมมนาว่า ทุกวันนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากเป็นเรื่องเศรษฐกิจสังคมรวมถึงเทคโนโลยีถ้าวันนี้เราตามสิ่งเหล่านี้ไม่ทันประเทศไทยจะตกสำรวจในการที่จะเข้าร่วมในการที่จะพัฒนาประเทศอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันองค์กรภายในของพวกเราเอง ก็เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะขับเคลื่อนประเทศไทย และการให้โอกาสภาครัฐภาคประชาชนเข้ามาทำธุรกิจถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ วันนี้จึงมีการมาร่วมพูดคุยเพื่อที่จะขับเคลื่อนประเทศในการที่จะแก้ปัญหาภายในประเทศ และต้องพัฒนาประเทศให้มีส่วนร่วมของภาคประชาชนบางยิ่งขึ้นการปรับคอรัปชั่นไม่ใช่ภารกิจของภาครัฐแค่เพียงอย่างเดียว เพราะฉะนั้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนต้องมีให้ความสำคัญในเรื่องนี้

โดย ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ กล่าวหนึ่งว่า ภาพรวมประเทศไทยในแง่ของการเมืองอย่างน้อยน้อยสุดเราก็ก็มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งก็เป็นที่ยอมรับของสังคมนานาชาติและทำให้การขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของเราหรืที่ประเทศไทยไปในทางที่มีการยอมรับจากสากลโลก แต่ geopolitical หรือภูมิรัฐศาสตร์ ที่ปัจจุบันกลายเป็น geo-economics หรือ ภูมิเศรษฐศาสตร์ หรืออาจเป็น geopolitical war หรือ สงครามภูมิรัฐศาสตร์ สร้างผลกระทบกระเทือนต่อประเทศไทยอยู่มากพอสมควร แต่สิ่งหนึ่งที่น่าห่วงมากกว่าเศรษฐกิจ คือโครงสร้างของประชาชนทั้งหมด และการคอรัปชั่นเป็นสิ่งที่ฝังลึกลงไปในรากฐานที่กระทบมากกว่าเศรษฐกิจ หากการคอรัปชั่น ฝังลึกลงไปถึงเยาวชนต่อไปเรื่อย ๆ ตรงนี้จะถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย
ด้าน ดร.มานะ นิมิตรมงคล กล่าวช่วงหนึ่งว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจประเทศไทยกำลังจะเดินไปด้วยกลุ่มผลประโยชน์ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่แฟร์กับประเทศไทย หากจะเป็นไปในทิศทางของภาคเศรษฐกิจหรือภาคอุตสาหกรรมต้องส่งผลประโยชน์ต่อระดับประเทศไม่ใช่เฉพาะกลุ่มบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ที่มาครอบงำระบบเศรษฐกิจ ซึ่งหากรัฐบาลจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นต้องมีการพูดคุยกับภาคประชาชนและภาคธุรกิจให้มากขึ้น และต้องเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวช่วงหนึ่งว่า ย้ำว่าเรื่องของการคอรัปชั่นเป็นเรื่องใกล้ตัวเรา และการคอรัปชั่นสามารถทำลายชีวิตเราได้ เช่น ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (ตึก สตง.) , สะพานพระราม 2 ที่เกิดอุบัติเหตุ ย้ำว่าการคอรัปชั่นสามารถกลืนกินชีวิตเราได้ อยากให้ทุกคนได้ใส่ใจและสนใจในเรื่องนี้ มันถึงเวลาแล้วที่จะประกาศกวาดบ้านที่ชื่อประเทศไทยด้วยการเอาเรื่องของการปราบคอรัปชั่นให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยการทำอย่างจริงจังทั้งภาครัฐและเอกชน

ภายหลังจบการเสวนา คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวถึงการอบรมสัมมนาโครงการ The Builder Forum: New Public Governance ทางรอดประเทศไทยว่า เรื่องคอรัปชั่นเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสสำหรับประเทศไทย เพราะฉะนั้นคอรัปชั่นที่มันลุกลามใหญ่โตในขณะนี้มันถึงเวลาแล้วที่จะต้องแก้ไข ซึ่งต้องถามรัฐบาลว่ากล้าหรือไม่ที่จะประกาศสงครามกับคอรัปชั่นทุกรูปแบบโดยถือว่าเป็นวาระแห่งชาติ โดยทำตามมาตรการที่เราได้นำเสนอได้แก่ 1. ทำให้ระบบตรวจสอบถ่วงดุลเดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นคือการคืนอำนาจให้กับประชาชนให้สามารถลงชื่อและถอดถอนนักการเมืองที่คอรัปชั่น และถอดถอนองค์กรอิสระที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่สุจริต 2. การออกกฏหมายจัดตั้ง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติภาคประชาชน หรือ ป.ป.ช.ภาคประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและเอาผิดผู้ทำการทุจริตหรือผู้ที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือนักการเมืองที่มารีดไถประชาชน 3. ตัดช่องการใช้ดุลย์พินิจด้วยการใช้รัฐธรรมนูญมาตราเดียวมาพักใช้ใบอนุญาตและกฎหมายที่ไม่จำเป็นรวมถึงซ้ำซ้อน เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของประชาชนทันที

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีเรื่องใดที่อยากจะให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เร่งแก้ไขเป็นพิเศษหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า 1.การแก้ไขคอรัปชั่นต้องเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขด่วนที่สุด 2.การปรับประสิทธิภาพการใช้งบประมาณแผ่นดิน
ภาพ : Yanawut Samphaothong
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964