
วันนี้ (30 ก.ย. 2569) เวลา 16.55 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และนายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ดีดี) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์ปัญหาสัมภาระตกค้างของการบินไทย
นายพิพัฒน์ ได้กล่าวขออภัยในความไม่สะดวก ซึ่งเหตุการณ์เกิดจากปัญหาน้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. 2569 ทำให้พนักงานการบินไทยไม่สามารถมาทำงานได้เต็ม 100% ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มทยอยดีขึ้น แม้ยังมีน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ โดยตั้งแต่วันที่ 26-29 ก.ย. มีกระเป๋าตกค้างรวมประมาณ 10,000 ใบ และสามารถเคลียร์คืนผู้โดยสารไปแล้วราว 1,800 ใบ ขณะนี้เหลือสัมภาระตกค้างอยู่ประมาณ 8,000 ใบ (แบ่งเป็นบริเวณลานหน้างาน และในคลังสินค้าด้านในอีกประมาณ 4,000 ใบ) รวมถึงยังมีผู้โดยสารต่อเครื่องตกค้างอยู่พอสมควร
ทั้งนี้ ศักยภาพการจัดการสัมภาระปกติทำได้ไม่เกินวันละ 2,000 ใบ จึงคาดว่าจะใช้เวลาอีกราว 3-4 วันในการเคลียร์ทั้งหมด โดยได้ขอกำลังเสริมจากกองทัพอากาศเพิ่มอีก 100 นายเพื่อช่วยยกขนสัมภาระ อย่างไรก็ตาม การคัดแยกกระเป๋าตามระบบแทร็กยังต้องใช้เจ้าหน้าที่การบินไทยที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นผู้ชี้จุดและดำเนินการ โดยตั้งเป้าจะเคลียร์ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ต.ค. 2569 แต่บางส่วนอาจยืดเยื้อไปถึงวันที่ 2 ต.ค. 2569

นายพิพัฒน์ ย้ำว่า ปัญหานี้ต้องจบภายใน 3-4 วัน ทุกฝ่ายต้องร่วมกันรับผิดชอบโดยไม่ผลักภาระให้ใคร ขณะเดียวกันหากมีกรณีสัมภาระสูญหาย สายการบินมีประกันภัยรองรับและพร้อมรับผิดชอบ รวมถึงกรณีผู้โดยสารเปลี่ยนไฟลต์หรือตกไฟลต์ การบินไทยก็พร้อมรับผิดชอบค่าเสียหายด้วยเช่นกัน
สำหรับการกำชับการทำงาน นายพิพัฒน์ระบุว่าไม่ได้มีข้อสั่งการพิเศษ เพราะมองว่าทำงานเป็น "ทีมประเทศไทย" เพื่อรักษาชื่อเสียงของประเทศ ส่วนสาเหตุที่การบินไทยเกิดปัญหามากกว่าสายการบินอื่น เนื่องจากเป็นสายการบินแห่งชาติที่มีปริมาณเที่ยวบินมากที่สุด เมื่อเจอวิกฤตพร้อมกันจึงปรับตัวไม่ทัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องของความสามารถ แต่เป็นภัยธรรมชาติที่เจ้าหน้าที่บางส่วนไม่สามารถออกจากบ้านมาทำงานได้
นอกจากนี้ ในส่วนของคาร์โก้ (Cargo) ได้มีการประชุมหารือเพื่อไม่ให้หยุดการขนส่งสินค้า โดยขอกำลังเสริมและอุปกรณ์เพิ่มเติม รวมถึงให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) จัดสรรพื้นที่พร้อมกางเต็นท์กันฝนเพื่อรองรับสินค้าตกค้าง ซึ่งอาจมีการชะลอตัวบ้างแต่ไม่มีการปิดรับส่งสินค้า ส่วนการลงพื้นที่ช่วยเหลือนั้น ทางรัฐบาลเข้ามาร่วมประสานและเติมเต็มส่วนขาดให้แก่การบินไทย หลังจากที่กองทัพได้ส่งกำลังพลทหารอากาศและทหารบกเข้ามาสนับสนุนตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. 2569 แล้ว ทั้งนี้ ยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งในยุคสื่อสังคมออนไลน์สิ่งสำคัญคือการยอมรับความจริงและร่วมมือกันแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด

ทางด้าน นายชาย เอี่ยมศิริ ดีดี การบินไทย ได้อัปเดตว่า ขณะนี้บุคลากรออนไลน์และหน้างานกลับมาทำงานแล้วประมาณ 90% ส่วนฝ่ายปฏิบัติการ (Operation) อยู่ที่ประมาณ 80% แม้บุคลากรจะกลับมาเต็ม 100% ก็ยังต้องใช้เวลาเคลียร์งานค้างเก่า (Backlog) ทั้งบริเวณด้านนอกและในระบบ Transfer Terminal โดยการบินไทยได้แบ่งทีมเพื่อเคลียร์กระเป๋าของผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 26–28 ก.ย. อย่างเร่งด่วน
สำหรับเที่ยวบิน จากปกติที่มีการบินขาออกประมาณ 115 เที่ยวบิน/วัน (ไป-กลับประมาณ 230 เที่ยวบิน) ในช่วงวันที่ 2 ของปัญหานั้นลดลงไปประมาณ 20 กว่าเที่ยวบิน ส่วนในวันที่ 1 ต.ค. ตั้งเป้าบินที่ 100 เที่ยวบิน, วันที่ 2 ต.ค. บินที่ 105 เที่ยวบิน และคาดว่าจะกลับมาทำการบินเต็มศักยภาพที่ 115 เที่ยวบินได้ภายใน 7 วัน พร้อมกล่าวขออภัยผู้โดยสารและประชาชนชาวไทย และยินดีรับฟังทุกข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964