
วันนี้ (19 ต.ค. 69) เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรื่องปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ได้แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ครั้งที่ 16 โดยกล่าวถึงกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ทางฝั่งรัฐบาลมีการให้ข่าวว่าจะจัดเวลาให้อภิปรายเพียงแค่ 3 วัน ซึ่งเมื่อรวมเวลาการชี้แจงของฝ่ายรัฐบาลแล้ว อาจทำให้ฝ่ายค้านเหลือเวลาอภิปรายรัฐมนตรีทั้ง 18 คนเพียง 2 วันเท่านั้น จึงตั้งคำถามว่ารัฐบาลกำลังเล่นเกมการเมืองในรัฐสภาหรือไม่ ทั้งนี้ ข่าวที่ออกมาจากฝั่งรัฐบาลไม่เคยผ่านการพูดคุยร่วมกับตัวแทนฝ่ายค้าน และประธานรัฐสภาก็ยังไม่ได้เรียกประชุมร่วมเพื่อกำหนดวันบรรจุญัตติหรือกรอบเวลาแต่อย่างใด รัฐบาลจึงควรหยุดคิดเองเออเองและเลิกคิดแทนฝ่ายค้าน
นายณัฐพงษ์ ได้ไล่เรียงเหตุการณ์การขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในอดีตตั้งแต่ปี 2563 ว่า แม้จะมีผู้ถูกอภิปรายน้อยกว่า 18 คน แต่ก็ยังได้รับเวลาอภิปรายมากถึง 4 วัน และลงมติอีก 1 วัน รวมเป็น 5 วัน แต่ในครั้งนี้มีรัฐมนตรีถูกยื่นอภิปรายถึง 18 คน รัฐบาลกลับให้ข่าวโดยไม่หารือว่าจะให้เวลาเพียง 3 วัน จนอาจเหลือเวลาจริงให้ฝ่ายค้านแค่ 2 วัน จึงขอเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา โดยการเรียกประชุมวิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาลเพื่อร่วมกันกำหนดกรอบเวลาโดยเร็ว
เมื่อถูกถามถึงกรณีที่รัฐบาลยืนยันเวลา 3 วัน และประธานสภาจะนัดประชุมสัปดาห์นี้ ฝ่ายค้านจะยังยืนยันขอเวลา 5 วันหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า ฝ่ายค้านยังคงยืนยันในกรอบระยะเวลาเดิมเนื่องจากเหมาะสมแล้วเมื่อเทียบเคียงกับในอดีตที่จำนวนรัฐมนตรีถูกยื่นอภิปรายน้อยกว่าแต่ได้เวลาถึง 4 วันเต็ม อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจบรรจุญัตติและกำหนดจำนวนวันจะต้องผ่านกระบวนการที่ถูกต้องจากการประชุมร่วมกันของวิปร่วม

ส่วนกรณีที่รัฐบาลนำเหตุผลเรื่องนายกรัฐมนตรีติดภารกิจต่างประเทศมาใช้นั้น นายณัฐพงษ์ มองว่า ผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสามารถบริหารจัดการตารางงานของตนเองได้ หากให้ความสำคัญกับการตอบคำถามในเวทีซักฟอกของสภาเท่ากับงานส่วนอื่น เรื่องนี้จึงขึ้นอยู่กับว่านายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับรัฐสภามากน้อยแค่ไหน
สำหรับความพร้อมของฝ่ายค้าน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การจัดทัพค่อนข้างสมบูรณ์และพร้อมทุกวิกฤต ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะเปิดให้ซักฟอกเมื่อไหร่ ส่วนจำนวนผู้ร่วมอภิปรายแม้ยกตัวเลขไว้ในใจแล้วแต่ยังไม่ขอเปิดเผย สำหรับประเด็นสำคัญจะเน้นชี้ให้เห็นว่า “ระบอบน้ำเงิน” เป็นภัยคุกคามต่อประเทศ การดำเนินนโยบายของรัฐบาลเข้าข่ายเป็นอาชญากรรมต่อประชาธิปไตย ซึ่งนอกจากเรื่องการใช้อำนาจบริหารแล้ว ยังเกี่ยวโยงกับ สว. องค์กรอิสระ การตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณที่เชื่อมโยงกับกลุ่มทุน ตลอดจนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในกรอบญัตติที่ยื่นไปแล้ว

เมื่อถามถึงกรณีที่ประธานสภาอยากเห็นการอภิปรายเชิงสร้างสรรค์ ฝ่ายค้านจะมีข้อมูลแน่นและมีใบเสร็จหรือไม่ นายณัฐพงษ์ อธิบายว่า นอกเหนือจากใบเสร็จแล้ว ประเด็นสำคัญคือการทำหน้าที่เพื่อให้ประชาชนเห็นความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล หลายเรื่องอาจไม่มีใบเสร็จตายตัว เช่น การโกงเลือก สว. แต่เมื่อนำจิ๊กซอว์มาต่อเข้าด้วยกันก็จะเห็นภาพรวมกลโกงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าเรื่องใดจะมีหลักฐานชัดเจนหรือไม่อยู่ในมือ ก็ไม่ได้แปลว่ารัฐบาลบริหารงานสำเร็จ และฝ่ายค้านจะใช้วิธีการอภิปรายเพื่อให้ประชาชนได้เห็นความจริง
ส่วนคำถามที่ว่าฝ่ายค้านจะพุ่งเป้าไปที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะผู้ใกล้ชิดผู้นำจิตวิญญาณของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ต้องรอดูว่าใครจะถูกซักฟอกมากน้อยแค่ไหนในการอภิปรายจริงเมื่อญัตติเข้าสู่สภา
ภาพ : Weeraphat Ratsameerueangrong
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964