
วันนี้ (20 ต.ค. 69) เวลา 13.05 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการอนุมัติงบประมาณเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยยืนยันว่าได้อนุมัติเรียบร้อยแล้ว พร้อมชี้แจงโต้ข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลไม่ได้วางแผนเตรียมงบประมาณหรือเงินหมดแล้วว่า เป็นการพูดของผู้ที่ไม่รู้ขั้นตอนจริง เนื่องจากตามกระบวนการจะต้องเกิดภัยพิบัติขึ้นก่อน จึงจะสามารถลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย ตรวจสอบข้อมูล และเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ อีกทั้งเงินส่วนนี้ไม่ใช่เงินงบประมาณประจำ แต่มาจากงบกลางของนายกรัฐมนตรี ซึ่งหากมีวงเงินเกิน 100 ล้านบาทก็จำเป็นต้องเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติ ดังนั้น คำกล่าวอ้างว่างบประมาณหมดแล้วจึงไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน เพราะเงินเยียวยาต้องจัดสรรมาจากงบกลางเช่นนี้มาโดยตลอดทุกรัฐบาล
สำหรับกรณีที่มีการระบุว่างบเยียวยาก้อนแรกจำนวน 4,700 ล้านบาทหมดลงแล้วนั้น นายอนุทิน อธิบายว่า เงินจำนวนดังกล่าวคืองบกลางที่เหลืออยู่จากปีงบประมาณ 2569 ซึ่งตามหลักการจะต้องส่งคืนกระทรวงการคลัง แต่เมื่อเกิดสถานการณ์อุทกภัยในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน ตนเห็นว่าจำเป็นต้องนำมาใช้เยียวยาประชาชน จึงไม่ได้ส่งคืนและนำมาจัดตั้งเป็นงบเยียวยา ส่งผลให้สามารถจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการทำงาน ส่วนในวันนี้ ทางสำนักงบประมาณได้ประมาณการจำนวนครัวเรือนที่เข้าข่ายได้รับความช่วยเหลือ และเสนอขออนุมัติงบกลางเพิ่มเติมอีก 10,500 ล้านบาท เข้าที่ประชุม ครม. เพื่อนำมาใช้เยียวยาน้ำท่วมโดยเฉพาะ ไม่ได้หมายความว่าเงินหมดแต่อย่างใด การให้ข้อมูลเช่นนี้กับประชาชนจึงถือเป็นการให้ร้าย ซึ่งตนเชื่อว่าผู้ที่ออกมาพูดรู้อยู่แล้วแต่มีเจตนาตั้งใจให้ร้ายรัฐบาล

เมื่อถามถึงกรณีที่ประชาชนเดินทางมารองบเยียวยาบริเวณหน้าเขต ว่ามีความเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของ สส. คนดังกล่าวหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ไม่ทราบว่ามีสาเหตุมาจากอะไร แต่ยืนยันว่าแนวทางของรัฐบาลมีความชัดเจน ซึ่งในรัฐบาลชุดก่อนๆ อาจใช้เวลาสำรวจนานเนื่องจากมีการตั้งคณะกรรมการหลายชุด แต่ในสมัยที่ตนดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย มองว่าคณะกรรมการบางชุดมีความซ้ำซ้อนและทำให้งานล่าช้า เพราะท้ายที่สุดข้อมูลทะเบียนราษฎร์ต่างๆ ก็ต้องตรวจสอบผ่านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอยู่ดี จึงได้ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนออกไป ทำให้จัดสรรงบประมาณที่เตรียมไว้และเร่งจ่ายเงินได้รวดเร็วยิ่งขึ้น จากเดิมที่ต้องรอให้ภัยพิบัติสิ้นสุดลงก่อนจึงค่อยทำบัญชีจ่าย เปลี่ยนมาเป็นระบบ “มาก่อน ได้รับก่อน” (First come, first served) โดยกำชับเพียงว่าต้องตรวจสอบข้อมูลให้แม่นยำ ไม่ให้เกิดความผิดพลาดหรือซ้ำซ้อน เมื่อเรื่องเข้ามาแล้วก็ให้รีบโอนจ่ายทันที ซึ่งปัจจุบันได้จ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้วกว่า 6 แสนครัวเรือน
นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับระบบประกันภัยนั้นจะเริ่มคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นเหตุการณ์ก่อนเดือนตุลาคมซึ่งจะทยอยจบไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไปในปีหน้า คือการเร่งสร้างระบบป้องกันและรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะหากเกิดอุทกภัยรุนแรงเช่นนี้อีก บริษัทประกันภัยอาจพิจารณาว่าจะรับประกันต่อหรือไม่ หรืออาจปรับเพิ่มเบี้ยประกัน ดังนั้น งบประมาณที่รัฐบาลประหยัดได้จากการใช้งบกลางจ่ายเยียวยา จะต้องนำมาเร่งลงทุนในระบบป้องกันน้ำท่วม เช่น การสร้างประตูระบายน้ำ และปรับปรุงระบบระบายน้ำต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับประกันหากต้องใช้ระบบประกันภัยในปีถัดไป
ภาพ : Weeraphat Ratsameerueangrong
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964