สำรวจเสียงสะท้อนวันแรก “คนละครึ่งพลัส” ร้านค้าชี้ ช่วยกระตุ้นยอดขาย - เศรษฐกิจเริ่มคึกคัก

2025-10-29 13:00 Ratcha Piyathammadhaj

วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ทีมข่าว SAP NEWS ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการร้านค้าต่าง ๆ ที่เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ในวันแรกของการเปิดใช้สิทธิ ตั้งแต่เวลา 6.00 น. เป็นต้นไป พบว่าภาพรวมส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเชิงบวก ร้านค้าหลายแห่งเริ่มมียอดขายเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้า ขณะที่ผู้ค้าส่วนใหญ่คาดหวังว่าโครงการนี้จะช่วยฟื้นบรรยากาศทางเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้หลังจากช่วงเวลาที่ซบเซามานาน

ร้านเปาะเปี๊ยะทอด-ฟองเต้าหู้ทอด คุณ“ต่อ” เผยลูกค้าแน่นตั้งแต่เช้า

Photo: SAP NEWS

คุณ “ต่อ” เจ้าของร้าน ให้สัมภาษณ์ว่า “หลัก ๆ ก็อยากเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้า เคยเข้าร่วมโครงการมาก่อน ครั้งนี้ลงทะเบียนง่าย ไม่มีปัญหาอะไรเลย วันนี้ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ลูกค้ามายืนรอแล้ว เห็นความคึกคักชัดเจนกว่าวันปกติ” พร้อมคาดหวังว่าโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ หลังจากที่บรรยากาศการค้าขายเงียบเหงามานาน

ร้านอาหารอีสาน คุณ“อำนวย” คาดหวังรายได้เพิ่มขึ้น หลังยอดขายซบเซา

Photo: SAP NEWS

คุณ “อำนวย” เจ้าของร้าน กล่าวว่า “ตอนนี้ยอดขายแย่มาก เลยอยากให้โครงการนี้ช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ลงทะเบียนง่าย ไม่มีปัญหาอะไรเลย วันนี้วันแรกพอมีลูกค้าบ้างแต่ยังไม่เยอะ คาดหวังว่าอีกไม่กี่วันยอดขายจะดีขึ้น มีทุนหมุนต่อไป เพราะที่ผ่านมาแย่ลงเรื่อย ๆ”

ร้านเสื้อผ้า คุณ“อุ้ม” มองเฟสนี้เงียบกว่าเดิม แต่ยังคงคาดหวังผลเชิงบวก

Photo: SAP NEWS

คุณ “อุ้ม” เจ้าของร้าน ระบุว่า “ลงทะเบียนไม่ติดปัญหา แต่การยืนยันตัวตนที่ธนาคารรอนานหน่อย ถ้าเอกสารครบก็ใช้เวลาไม่นาน คราวนี้ลูกค้าน้อยกว่าเฟสก่อน ๆ อยากให้กลับมาคึกคักเหมือนเดิม เพราะที่ผ่านมาเงียบมาก” เธอยังเสริมว่าโครงการนี้ช่วยสร้างแรงจูงใจให้คนออกมาจับจ่ายมากขึ้น

ร้านข้าวคลุกประปิ คุณ“พลอย” ย้ำร่วมโครงการเพื่อช่วยประเทศและร้านค้าเล็ก

Photo: Ratcha Piyathammadhaj via SAP NEWS

คุณ “พลอย” เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า “เข้าร่วมเพราะอยากช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และเพิ่มยอดขายของตัวเอง ตอนแรกคิดว่าจะมีปัญหา แต่เจ้าหน้าที่เขตบริการดีมาก ไม่มีติดขัดอะไรเลย วันนี้ลูกค้าเยอะตั้งแต่ยังตั้งร้านไม่เสร็จ พอขึ้นป้าย ‘คนละครึ่งพลัส’ คนก็เข้ามาใช้สิทธิทันที” เธอยังฝากความหวังว่า “อยากให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้น และอยากให้คนไทยมีความสุขกับโครงการนี้”

ร้านกล้วยทอด-สลัดน้ำมัน คุณ“แจง” และ คุณ“เอมมี่” ชี้ ลูกค้าตัดสินใจเร็วขึ้น

Photo: SAP NEWS

คุณ “เอมมี่” หนึ่งในเจ้าของร้าน กล่าวว่ารู้สึกดีที่เข้าร่วม “โครงการนี้ช่วยให้คนจับจ่ายง่ายขึ้น ทำให้ร้านขายดีขึ้น ตอนลงทะเบียนไม่มีปัญหาเพราะไปเช้าเลยไม่ต้องรอคิว ลูกค้าเข้ามาใช้สิทธิเยอะกว่าปกติ และเหมือนจะตัดสินใจซื้อเร็วขึ้นด้วย” พร้อมคาดหวังว่า “อยากให้โครงการนี้ต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ค้ารายย่อยมีกำลังใจขายของ และให้คนออกมาใช้เงินมากขึ้น”

ร้านผลไม้ คุณ“อร” ขอบคุณรัฐบาลที่เห็นความสำคัญของผู้ค้ารากหญ้า

Photo: SAP NEWS

คุณ “อร” กล่าวว่า “ครั้งก่อนโครงการช่วยให้ยอดขายโตขึ้น 2-3 เท่า ครั้งนี้ก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้นอีก ตอนลงทะเบียนไม่ติดปัญหา แต่วันที่ไปธนาคารรอนานประมาณ 2 ชั่วโมง” เธอยังเล่าว่า “ช่วงเช้าวันแรก ลูกค้าใช้สิทธิเยอะกว่า 50% ของยอดขายทั้งหมด ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี” พร้อมขอบคุณรัฐบาลที่จัดโครงการเพื่อช่วยพ่อค้าแม่ค้าระดับรากหญ้า

ร้านน้ำและเครื่องดื่ม “รุ้ง” เสนอเพิ่มสิทธิให้ประชาชนหลังมีคนลงทะเบียนไม่ทัน

Photo: SAP NEWS

คุณ “รุ้ง” เจ้าของร้านน้ำและเครื่องดื่ม กล่าวว่า “อยากกระตุ้นเศรษฐกิจเพราะพนักงานแถวนี้เยอะ ลงทะเบียนมีปัญหาระบบนิดหน่อยแต่ก็จัดการได้ วันนี้ลูกค้ายังไม่เยอะเท่าครั้งก่อน แต่คุยกับลูกค้าบางคน เขาเสียดายที่ไม่ได้สิทธิ บางคนยืนยันตัวตนไม่ผ่าน เลยอยากให้เพิ่มสิทธิอีกหน่อย”

จากการสำรวจของ SAP NEWS พบว่า แม้ยอดใช้สิทธิวันแรกยังไม่พุ่งสูงเท่าช่วงเฟสก่อน แต่ร้านค้าส่วนใหญ่เชื่อว่า “คนละครึ่งพลัส” จะช่วยเพิ่มการจับจ่ายในช่วงปลายปี โดยเฉพาะในกลุ่มร้านอาหาร เครื่องดื่ม และของใช้จำเป็น ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจระดับชุมชนทั่วประเทศ

Photo: SAP NEWS

นอกจากนี้ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการมีมากกว่า 5.6 แสนราย (บางแหล่งระบุ 590,000-620,000 ร้าน) โดยผู้ประกอบการยังสามารถสมัครเข้าร่วมได้ถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้ กระทรวงการคลังยืนยันชัดเจนว่า จะไม่มีการส่งข้อมูลยอดขายของร้านค้าที่เข้าร่วมให้กับกรมสรรพากร เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ค้ารายย่อย

การใช้สิทธิผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ที่เข้าร่วมโครงการจะเปิดให้ใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน - 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00-21.00 น. ของทุกวัน ทั้งนี้ รัฐจะร่วมจ่ายเฉพาะค่าอาหารและเครื่องดื่ม ไม่รวมค่าจัดส่งหรือค่าบริการอื่น ๆ

Photo: SAP NEWS

สินค้าและบริการที่ใช้สิทธิ “ได้”: 1) อาหารและเครื่องดื่ม 2) สินค้าทั่วไป 3) ของใช้จำเป็น 4) บริการนวด 5) สปา 6) ทำผม 7) ทำเล็บ 8) บริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า รถโดยสาร เรือโดยสาร แท็กซี่ รถตู้ และจักรยานยนต์รับจ้าง

สินค้าและบริการที่ใช้สิทธิ “ไม่ได้”: 1) สลากกินแบ่งรัฐบาล 2) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 3) ผลิตภัณฑ์ยาสูบ 4) บัตรกำนัล บัตรเงินสด 5) และการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า

นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ได้เตือนประชาชนไม่ให้นำสิทธิไปแลกเป็นเงินสด เพราะถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และอาจส่งผลให้โครงการในระยะต่อไปสะดุดลง ทั้งนี้ นายอนุทินระบุว่า จะมีโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบางและผู้ที่ตกหล่นเพิ่มเติม ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า โครงการนี้จะช่วยเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ราว 60,000-70,000 ล้านบาท และสร้างบรรยากาศการจับจ่ายคึกคักในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964