
ภาพ : Reuters
วันที่ 30 ตุลาคม 2568
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศคำสั่งให้ กองทัพเริ่มกลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 33 ปี ผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อคืนวันพุธที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา เวลา 21.04 น. ตามเวลาท้องถิ่นฝั่งตะวันออก
คำสั่งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนนโยบายด้านอาวุธนิวเคลียร์ครั้งใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปี 1992 และสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งวอชิงตันและประชาคมโลก
ทรัมป์ให้เหตุผล “สหรัฐฯ ต้องไม่ยอมแพ้ต่อประเทศอื่น

โพสต์ของทรัมป์ระบุว่า “เนื่องจากประเทศอื่น ๆ กำลังเดินหน้าโครงการทดสอบของตนเอง ผมจึงได้สั่งให้กระทรวงสงคราม (Department of War) เริ่มทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของเราในระดับที่เท่าเทียมกัน กระบวนการนั้นจะเริ่มขึ้นทันที”

เขายังอ้างว่า สหรัฐฯ เป็นประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์มากที่สุดในโลก แม้ข้อมูลจากสถาบัน SIPRI และ Arms Control Association จะระบุว่ารัสเซียมีหัวรบนิวเคลียร์มากกว่า ขณะเดียวกัน ทรัมป์เตือนว่า จีน ซึ่งปัจจุบันมีหัวรบประมาณ 600 หัวรบ อาจ “ตามทันสหรัฐฯ ภายใน 4-5 ปี”
ระหว่างเดินทางกลับจากการประชุมสุดยอด APEC ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์บนเครื่องบิน Air Force One ว่า “เมื่อประเทศอื่นกำลังทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ ผมคิดว่ามันเหมาะสมแล้วที่เราจะต้องทำเช่นกัน” พร้อมระบุว่า สถานที่ทดสอบจะถูกกำหนดภายหลัง
จนถึงขณะนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าคำสั่งของทรัมป์หมายถึงการ ทดสอบระเบิดนิวเคลียร์จริง (Nuclear Explosive Testing) หรือเพียงการทดสอบระบบส่งอาวุธ (Delivery Systems) ที่ไม่มีหัวรบจริง
การทดสอบระเบิดจริงของสหรัฐฯ ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อปี 1992 และตั้งแต่นั้น มีเพียงเกาหลีเหนือเท่านั้น ที่ดำเนินการทดสอบจริง โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2017
เสียงจากสภาคองเกรส: เดโมแครตโจมตี – รีพับลิกันหนุนหลัง

Vice Adm. Richard Correll testifies at his confirmation hearing to become the commander of U.S. Strategic Command, Oct. 30, 2025. U.S. Navy / Petty Officer 1st Class Eric Brann
วันที่ 31 ตุลาคม 2568 หนึ่งวันหลังคำสั่งทรัมป์ พลเรือโท ริชาร์ด คอร์เรลล์ รองผู้บัญชาการกองบัญชาการยุทธศาสตร์สหรัฐฯ (STRATCOM) ต้องเข้ารับการไต่สวนยืนยันตำแหน่งผู้บัญชาการ โดยระบุว่า “หากผมได้รับการแต่งตั้ง หน้าที่ของผมคือให้คำแนะนำทางทหารที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย
วุฒิสมาชิก แจ็ค รีด (D-R.I.) ประณามนโยบายนี้ว่า “สร้างความสับสนและผิดพลาด” โดยย้ำว่าโครงการนิวเคลียร์อยู่ภายใต้การดูแลของ สำนักงาน NNSA สังกัดกระทรวงพลังงาน ไม่ใช่กระทรวงกลาโหม
วุฒิสมาชิก มาซี่ ฮิโรโน (D-Hawaii) เตือนว่า การทดสอบจริงอาจ “ผลักดันให้ชาติอื่นเดินรอยตาม” และย้ำว่าสหรัฐฯ มีเทคโนโลยีจำลองทางคอมพิวเตอร์ที่สามารถรับรองความปลอดภัยได้โดยไม่ต้องระเบิดจริง
วุฒิสมาชิก แจ็กกี้ โรเซน (D-Nev.) ชี้ว่า รัฐเนวาดายังคงได้รับผลกระทบจากการทดสอบในอดีต และประกาศว่าจะ “ทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้งไม่ให้เกิดซ้ำ”
วุฒิสมาชิก ทอม คอตตอน (R-Ark.) สนับสนุนคำสั่ง โดยมองว่าการทดสอบจะ “ส่งสัญญาณชัดเจนถึงพลังการยับยั้ง (deterrence)”
รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ กล่าวว่า การทดสอบ “จำเป็นเพื่อรับประกันว่าคลังอาวุธของสหรัฐฯ ทำงานได้อย่างสมบูรณ์”
ในขณะเดียวกัน วุฒิสมาชิก เอ็ดเวิร์ด มาร์คีย์ (D-Mass.) เสนอร่างกฎหมายห้ามการจัดสรรงบประมาณเพื่อทดสอบนิวเคลียร์ โดยระบุว่าเป็น “คำสั่งที่ประมาท” ที่จะทำให้โลกเข้าสู่การแข่งขันสะสมอาวุธครั้งใหม่
เสียงสะท้อนจากนานาชาติ: โลกกังวล “สงครามเย็นรอบใหม่”
รัสเซีย: โฆษกเครมลิน ดมิทรี เพสคอฟ แสดงท่าทีระมัดระวัง โดยกล่าวว่า “รัสเซียยังไม่ทราบว่ามีใครทดสอบอยู่” แต่ย้ำว่าหากประเทศใดเริ่มทดสอบก่อน รัสเซียจะดำเนินการตอบโต้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือนตุลาคม รัสเซียเพิ่งทดสอบขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ Burevestnik และตอร์ปิโดพลังนิวเคลียร์ Poseidon
จีน: กระทรวงการต่างประเทศจีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามพันธกรณีตามสนธิสัญญาห้ามทดลองนิวเคลียร์ครอบคลุม (CTBT) และหลีกเลี่ยงการยกระดับสถานการณ์
อิหร่าน:
อับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศ วิจารณ์คำสั่งทรัมป์ว่า “ถดถอยและไร้ความรับผิดชอบ” พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ เป็น “อันธพาลติดอาวุธนิวเคลียร์” ที่กลับมาทดสอบในขณะที่กล่าวหาประเทศอื่น
สหประชาชาติ: โฆษกรองของสหประชาชาติเตือนว่า ระดับความเสี่ยงทางนิวเคลียร์ของโลก “อยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว” และเรียกร้องให้ทุกประเทศหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจนำไปสู่ “ผลลัพธ์หายนะ”
ผู้เชี่ยวชาญเตือน “สหรัฐฯ กำลังเดินเข้าสู่ความผิดพลาดทางประวัติศาสตร์”
แดริล คิมบอลล์ ผู้อำนวยการสมาคม Arms Control Association กล่าวว่า “หากสหรัฐฯ กลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ มันจะเป็นความผิดพลาดครั้งประวัติศาสตร์ที่กระทบต่อเสถียรภาพของโลกโดยตรง”
เขาระบุว่า การเตรียมสถานที่ทดสอบใต้ดินในรัฐเนวาดาให้พร้อมใช้งานอีกครั้ง อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 36 เดือน พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ ไม่มีความจำเป็นทางเทคนิคใดที่จะต้องระเบิดจริง เพราะระบบจำลองในปัจจุบัน “มีความแม่นยำสูงและเชื่อถือได้แล้ว”
นักวิเคราะห์หลายรายเห็นตรงกันว่า โลกกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่อันตราย หากยังไม่ใช่การแข่งขันสะสมอาวุธครั้งใหม่ ก็อาจถือเป็น “เส้นเริ่มต้นของมัน”
แหล่งข่าว: AI Jazeera, BBC, Reuters, Defenseone
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964