เจอกันคนละครึ่งทาง! สภาเคาะ 4+1 วัน ซักฟอกรัฐบาล ชี้แจง-อภิปรายรวม 72 ชั่วโมง พร้อมล็อกวัน 7-11 ธ.ค.นี้

2026-10-28 15:51 Nontawat Pinkeaw

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px) (9).jpg

วันนี้ (28 ต.ค. 69) เวลา 14.50 น. ที่รัฐสภา ภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร (วิป) 3 ฝ่าย ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาวางกรอบเวลาการเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เสร็จสิ้น

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (ประธานวิปรัฐบาล) เปิดเผยว่า การประชุมร่วมกันทั้ง 3 ฝ่ายได้ข้อสรุปร่วมกันเป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่าย โดยเชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเกิดขึ้นตามความตั้งใจของทุกฝ่ายอย่างแน่นอน เนื่องจากมีความเห็นตรงกันเกือบ 100%

ขณะที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยว่า ในส่วนของจำนวนวันและชั่วโมงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทุกฝ่ายต้องการจัดสรรเวลาให้เพียงพอสำหรับการทำหน้าที่ ทั้งฝั่งฝ่ายค้านในการนำเสนอข้อกล่าวหาและหลักฐาน รวมถึงฝั่งรัฐบาลในการชี้แจง โดยที่ประชุมได้ตกลงร่วมกันกำหนดกรอบเวลาไว้ที่ 4+1 วัน ซึ่งเป็นอภิปรายเต็ม 4 วัน ถือเป็นการเจอกันคนละครึ่งทางจากเดิมที่ฝ่ายค้านเสนอขอ 5 วัน และฝ่ายรัฐบาลเสนอไว้ 3 วัน

นายพริษฐ์ กล่าวต่อไปว่า ข้อสรุปเวลา 4+1 วัน จะรวมเป็นเวลาทั้งหมด 72 ชั่วโมง โดยฝ่ายค้านได้รับจัดสรร 51 ชั่วโมง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการอภิปรายครั้งก่อนๆ เนื่องจากมีจำนวนรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายเพิ่มขึ้น ส่วนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับจัดสรรเวลาชี้แจง 17 ชั่วโมง และอีก 4 ชั่วโมงเป็นของประธานสภา ส่งผลให้การอภิปรายวันแรกถึงวันที่สามจะเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00-03.00 น. ส่วนวันที่สี่จะเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00-23.00 น. ก่อนจะลงมติในวันสุดท้าย

สำหรับกำหนดวันอภิปราย ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่ายิ่งจัดขึ้นได้เร็วเท่าไรยิ่งเป็นผลดี จึงได้ตอบกลับไปยัง ครม. ว่า กรอบเวลาช้าที่สุดจะเป็นวันที่ 7-11 ธ.ค. 69 ตามที่ ครม. เสนอมา พร้อมขอให้ ครม. พิจารณาจัดสรรเวลาที่เร็วกว่านั้น เพราะหากเริ่มได้เร็วขึ้นเท่าไรก็ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อการทำหน้าที่มากที่สุด

ลายน้ำ (10).jpg

ทางด้าน นายกรวีร์ กล่าวเสริมว่า ได้ข้อสรุปร่วมกันทั้งสามฝ่ายทั้งเรื่องการกำหนดวัน วันเวลา และการจัดสรรเวลาของแต่ละฝ่าย ซึ่งมองว่าเวลาที่ฝ่ายค้านได้รับเพิ่มขึ้นนั้นน่าจะเพียงพอต่อการตรวจสอบ ตั้งข้อกล่าวหา และซักถามรัฐบาลได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน ฝั่งรัฐบาลและ ครม. รวมไปถึง สส. ฝ่ายรัฐบาล ก็มีเวลาเพียงพอในการควบคุมเวลาและตอบข้อซักถาม ส่วนเรื่องวันอภิปรายเห็นตรงกันว่ากำหนดไว้อย่างช้าที่สุดคือวันที่ 7-11 ธ.ค. 69 เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะเกิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่นอน แต่หาก ครม. จัดสรรเวลาได้เร็วกว่านี้ก็ขอให้แจ้งกลับมายังสภา

ส่วนประเด็นที่ว่าพรรคกล้าธรรมจะได้รับโควตาเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจจากฝั่งฝ่ายค้านหรือฝั่งรัฐบาล และมีสัดส่วนอย่างไรนั้น นายพริษฐ์ ระบุว่า การจัดสรรเวลาจะต้องแบ่งเป็นฝั่งฝ่ายค้านและฝั่ง ครม. สำหรับการชี้แจง โดยขั้นตอนต่อไปฝ่ายค้านต้องหารือกับพรรคกล้าธรรมเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เนื่องจากพรรคกล้าธรรมแจ้งความประสงค์ขอใช้เวลาบางส่วนร่วมอภิปรายด้วย

สำหรับสัดส่วนเวลาจะเป็นอย่างไรนั้น ยังคงต้องหารือกับพรรคกล้าธรรมอีกครั้งเนื่องจากขึ้นอยู่กับกรอบเนื้อหาในการอภิปราย โดยหลักการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งก่อนๆ ผู้อภิปรายจะต้องเป็นผู้ร่วมเสนอญัตติและมีความเห็นไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย จึงจำเป็นต้องมีการพูดคุยกับพรรคกล้าธรรมอีกครั้ง

ทั้งนี้ นายอรรถกร ได้เปิดเผยสั้นๆ ว่า บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยดี โดยพรรคกล้าธรรมได้รับระยะเวลาในการอภิปรายเกือบ 2 ชั่วโมง

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964