
เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 69 น.ส.อังสณา เนียมวณิชกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคเศรษฐกิจ กล่าวถึงปัญหาการลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรม ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และสารพิษปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ว่า ปัญหาขยะพิษในประเทศไทยน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะแม้แต่สถานประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง บางแห่งกลับไม่ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมมลพิษ ขณะที่หน่วยงานรัฐยังตรวจสอบไม่เข้มงวดเท่าที่ควร
น.ส.อังสณา กล่าวว่า ก่อนเข้ามาทำหน้าที่ สส. เคยลงพื้นที่ศึกษาปัญหาขยะในหลายจังหวัด พบว่าบ่อฝังกลบขยะบางแห่งไม่มีระบบรองรับและป้องกันน้ำเสียรั่วซึมลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติอย่างเหมาะสม ปล่อยให้เกิดปัญหามลพิษสะสมเป็นเวลานาน ทั้งที่หน่วยงานภาครัฐมีหน้าที่กำกับดูแลโดยตรง เคยมีผู้ติดต่อมาเสนอว่าจ้างให้นำขยะออกจากพื้นที่ไปถมดินหรือทิ้งในสถานที่อื่น โดยเสนอค่าจ้างในราคาต่ำผิดปกติ เมื่อเทียบกับต้นทุนการกำจัดขยะอย่างถูกต้องตามกระบวนการ อีกทั้งยังเคยได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่บดละเอียดไปใช้ถมที่ดินในพื้นที่ชุมชน ซึ่งอาจทำให้ประชาชนได้รับสารพิษโดยไม่รู้ตัว
“ประชาชนไม่มีสิทธิ์รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองต้องเผชิญกับอะไรอยู่ มันไม่เป็นธรรมกับประชาชน และคนที่ว่าจ้างกับคนที่รับเอาไปทิ้งก็ต้องถูกดำเนินคดีทั้งคู่” น.ส.อังสณา กล่าว
น.ส.อังสณา กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้ส่งข้อมูลที่ได้รับให้กรรมาธิการที่เกี่ยวข้องพิจารณาแล้ว เพื่อดำเนินการตรวจสอบและติดตามผู้เกี่ยวข้อง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเข้มงวดกับโรงงานรีไซเคิลและบ่อขยะอุตสาหกรรม หากตรวจพบการลักลอบรับขยะอิเล็กทรอนิกส์หรือฝ่าฝืนเงื่อนไขใบอนุญาตอย่างร้ายแรง ต้องใช้มาตรการเด็ดขาดถึงขั้นปิดกิจการหรือเพิกถอนใบอนุญาต นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการตรวจสอบโรงงานที่อาจมีการแจ้งกำหนดการล่วงหน้า จนเปิดช่องให้ผู้ประกอบการที่กระทำผิดเคลื่อนย้ายหรือปกปิดหลักฐานก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจ โดยเสนอให้ใช้มาตรการตรวจสอบเชิงรุกและเข้าตรวจโดยไม่แจ้งล่วงหน้า เพื่อให้สามารถตรวจพบสภาพการประกอบกิจการที่แท้จริง
น.ส.อังสณา กล่าวอีกว่า ปัญหาการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและมลพิษนั้น ภาครัฐไม่ควรรอให้ประชาชนเดินทางมาร้องเรียนหรือเข้าคิวขอรับความช่วยเหลือ แต่เจ้าหน้าที่ควรลงพื้นที่สำรวจความเสียหายด้วยตนเอง เพราะหน่วยงานรัฐมีข้อมูลอยู่แล้วว่าพื้นที่ใดได้รับผลกระทบ พร้อมเสนอให้มีกฎหมายกำหนดความรับผิดของผู้ประกอบการโรงงานต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชน แม้เป็นกรณีที่เกิดจากภัยพิบัติ แต่โรงงานขาดมาตรการป้องกันความเสี่ยงอย่างเพียงพอ
ส่วนปัญหาการนำเข้าขยะอุตสาหกรรมจากต่างประเทศ น.ส.อังสณา กล่าวอีกว่า ตนขอตั้งคำถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ศุลกากร ว่าการอ้างว่าบุคลากรหรือเครื่องมือไม่เพียงพอ ไม่อาจเป็นเหตุผลให้ปล่อยปละละเลยการตรวจสอบสินค้าที่ผ่านด่านได้ เพราะหากเปิดด่านให้มีการนำเข้าสินค้า หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องจัดเจ้าหน้าที่ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามกฎหมาย
น.ส.อังสณา กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าของพรรคเศรษฐกิจในการผลักดันร่างกฎหมายเพิ่มโทษการทุจริต โดยขณะนี้รวบรวมรายชื่อ สส.ครบ 20 คนแล้ว เพื่อเสนอให้เพิ่มบทลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตและผู้ให้สินบนในคดีร้ายแรง จนถึงโทษสูงสุดคือประหารชีวิตในกรณีที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนจำนวนมาก โดยเชื่อว่าการเพิ่มความเข้มงวดของกฎหมายจะช่วยลดปัญหาการทุจริตที่เปิดช่องให้เกิดการกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง
น.ส.อังสณา กล่าวอีกว่า พรรคเศรษฐกิจพร้อมรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่พบเห็นการลักลอบนำขยะอุตสาหกรรมเข้ามาทิ้งหรือกองเก็บอย่างผิดกฎหมาย โดยสามารถแจ้งข้อมูลมายังพรรคได้โดยตรง เพื่อประสานการตรวจสอบและติดตามการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ
“เราปล่อยให้ประเทศเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ เจ้าหน้าที่รัฐต้องทำหน้าที่ปกป้องประชาชน ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดใช้อำนาจเงินอยู่เหนือความปลอดภัยและชีวิตของคนไทย”
น.ส.อังสณา กล่าว
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964