
วันนี้ (4 มิ.ย. 69) เวลา 09.07 น. ที่บริเวณด้านหน้าศูนย์บริการสาธารณสุข 51 จตุจักร ถ.พหลโยธิน 24 ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 ลงพื้นที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 51 จตุจักร เพื่อพบปะกับประชาชนในพื้นที่ และได้มีการสอบถามถึงความเดือดร้อนของประชาชน โดยภายหลังพบปะกับประชาชนในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ดร.มัลลิกา ให้สัมภาษณ์ ว่า วันนี้เป็นการลงพื้นที่เพื่อชูนโยบายด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับสุขภาพพี่น้องประชาชนกรุงเทพมหานคร โดยเป็นหนึ่งใน 14 ยุทธศาสตร์นโยบายในการจะยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุขทั้งหมด 69 แห่งทั่วกรุงเทพมหานครสังกัดกรุงเทพมหานครเป็นโรงพยาบาลมีการดูแลสุขภาพ
ดร.มัลลิกา กล่าวอีกว่า การยกระดับนี้ซึ่งถือเป็นรูปแบบสาธารณสุขเมืองที่หลายเมืองชั้นนำของโลกกำลังมุ่งไปสู่ เช่น National Health Service ในสหราชอาณาจักร, SingHealth ในสิงคโปร์ และระบบสุขภาพอัจฉริยะของ Seoul ที่เน้นการเชื่อมข้อมูล การแพทย์ทางไกล และการดูแลเชิงป้องกัน
“เราจะมี AI วิเคราะห์โรคระบาดแบบ Real-Time ติดตาม PM2.5 และผลกระทบสุขภาพ คาดการณ์ผู้ป่วยล่วงหน้า เชื่อมข้อมูลทุกศูนย์บริการสาธารณสุข ผลลัพธ์คือรู้ก่อนโรคระบาด บริหารเตียงและบุคลากรแม่นยำ เข้าถึง ประวัติการรักษา ผลตรวจใบสั่งยา วัคซีน ได้ทุกศูนย์บริการ นอกจากนั้นสิ่งที่จะต้องเพิ่มเติมคือการดูแลผู้ป่วยซึมเศร้า จิตเวช จะต้องสามารถเข้าถึงการรักษาการถูกจ่ายยาโดยโรงพยาบาลหรือสาธารณสุขที่เรายกระดับนี้เนื่องจากปัจจุบันเป็นภาวะที่น่ากังวลแล้วในทุกชุมชน“ ดร.มัลลิกา กล่าว

ดร.มัลลิกา กล่าวอีกว่า เรายกระดับความทันสมัย Telemedicine กรุงเทพ 24 ชม. พบแพทย์ออนไลน์ แพทย์ทั่วไป จิตแพทย์ กุมารแพทย์ ผู้สูงอายุ ไม่ต้องเดินทาง ลดความแออัดโรงพยาบาล ระบบฉุกเฉินอัจฉริยะ เมื่อโทร 1669 AI คำนวณ รถพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเส้นทางที่เร็วที่สุด โรงพยาบาลที่มีเตียงว่าง ลดเวลาช่วยชีวิต พร้อมทั้งยกระดับ Wellness & Prevention Center ศูนย์สร้างสุขภาพ ทุกเขตมี ฟิตเนสผู้สูงวัยคลินิกโภชนาการ คลินิกสุขภาพจิต ศูนย์ฟื้นฟู โดยเป้าหมายกรุงเทพฯ ยุค Human Innovation 30 นาที ถึงบริการสุขภาพ ประชาชนทุกคนต้องเข้าถึง แพทย์ ยา ตรวจสุขภาพ บริการฉุกเฉิน ศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง สู่ Smart Health Hub
ผู้สื่อข่าวถามว่าจากการลงพื้นที่พบปะประชาชน ปัญหาใดที่ประชาชนอยากให้เร่งแก้ไขมากที่สุด ดร.มัลลิกา กล่าวว่า ประชาชนอยากให้แก้ไขปัญหาเรื่องปากท้องเนื่องจากเศรษฐกิจซบเซาลง อีกทั้งปัญหาเรื่องพลังงานจนเกิดเป็นวิกฤติ และประชาชนสะท้อนว่าอยากให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่ไม่หลับใหลตลอด 24 ชั่วโมง ขอให้มีการเพิ่มอาชีพเพิ่มการค้าขายสตรีทฟู้ด จึงอยากให้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มรายรับและลดค่าใช้จ่ายพลังงานการใช้ไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นการชาเลนจ์ในตัวตนว่านโยบายของตนนั้นจะทำได้จริงหรือไม่ซึ่งก็เป็นนิมิตหมายที่ดี
เมื่อถามอีกว่ามีความกังวลในเรื่องใดหรือไม่หลังจากลงพื้นที่พบประชาชน ดร.มัลลิกา กล่าวว่า ตอนนี้ไม่มีความกังวลเพราะตนมาเกินกว่าที่คาดการณ์ ซึ่งมีการตอบรับจากประชาชนมากกว่าเดิมเพิ่มเติมคือเหลือเวลาอีก 3 สัปดาห์ ซึ่งมีความกังวลว่าในเรื่องของการรับรู้และยุทธศาสตร์นโยบายของตนกลัวว่าจะไม่ครบถ้วน แต่ก็เป็นเรื่องที่ดีที่มีประชาชนบางส่วนให้ความสนใจตนและช่วยเหลือในเรื่องการประชาสัมพันธ์ให้ตนเป็นที่รู้จักมากขึ้น
“กำลังใจเต็ม 100 และเกิน 100 มาก ๆ เพราะความธรรมชาติของตนมั่นใจว่าจะเป็นคะแนน เพราะตนไม่ได้สร้างภาพซึ่งเป็นธรรมชาติของตน หัวคะแนนไม่สำคัญเท่ากับประชาชน หลังจากเราเป็นผู้ว่า ฯ กทม. ทุกอย่างจะมาเอง เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเห็นประโยชน์ของประชาชนที่ตั้ง” ดร.มัลลิกา กล่าว
ภาพ : Yanawut Samphaothong
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964