
วันนี้ (4 มิ.ย. 69) ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ.กกต.กทม.) ได้ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในช่วง 7 วันแรก
โดยระบุว่าบรรยากาศทั่วไปยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและอยู่ในกรอบกฎกติกา ปัจจุบันยังไม่มีการยื่นหนังสือร้องเรียนเรื่องทุจริตหรือคัดค้านการเลือกตั้งเข้ามาอย่างเป็นทางการ มีเพียงกระแสข่าวและการวิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม กกต.กทม. ได้เตรียมพร้อมแต่งตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วจำนวน 50 ชุด ประจำการใน 50 เขตเลือกตั้ง ควบคู่ไปกับผู้ตรวจการเลือกตั้ง เพื่อลงพื้นที่สังเกตการณ์และพร้อมเข้าตรวจสอบทันทีที่มีการแจ้งเบาะแสการกระทำผิด
ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ แสงคำเลิศ กล่าวว่าโครงการนี้จัดเพื่อให้ความรู้ต่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เข้าใจกฎกติกา ระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการเลือกตั้ง ลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง วิธีการหาเสียงเลือกตั้งและข้อพึงระวัง ไปจนถึงการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องยื่นบัญชีรายรับรายจ่ายแก่ กกต. ภายใน 90 วันนับแต่วันเลือกตั้ง

ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากปิดรับสมัคร ปัจจุบันอยู่ในช่วงของการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อที่จะประกาศรายชื่อเป็นทางการ ซึ่งมีกรอบระยะเวลา 7 วันนับแต่วันสมัครรับเลือกตั้ง ผู้สมัครก็เริ่มหาเสียงกันบ้างแล้ว แต่เรื่องของป้ายหาเสียงยังมีจำนวนไม่มาก คาดว่าอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำ รวมถึงหลายคนเพิ่งลงพื้นที่หาเสียง ตอนนี้ทุกคนยังดำเนินการอยู่ในกฎกติกา ยังไม่มีผู้ใดที่มีการร้องเรียนเรื่องการทุจริตการเลือกตั้ง หรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบเกี่ยวกับการเลือกตั้งเข้ามา
สำหรับการจัดเวทีดีเบตหรือเวทีปราศรัยนั้น กกต.กทม. ยืนยันว่าไม่มีนโยบายจัดเวทีให้ผู้สมัครอิสระหรือผู้สมัครรายใด โดยให้เป็นหน้าที่ของผู้สมัครดำเนินการเอง แต่จำเป็นต้องแจ้งให้ กกต.กทม. ทราบล่วงหน้า ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวเรื่องการซื้อขายตำแหน่งผู้อำนวยการเขตนั้น กกต.กทม. จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการกระบวนการเลือกตั้ง หรือเข้าข่ายเป็นการใส่ร้ายป้ายสีเพื่อจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือไม่ โดยเน้นย้ำว่าเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง และห้ามใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการให้คุณหรือให้โทษแก่ผู้สมัครคนใดคนหนึ่งเด็ดขาด
In ส่วนของสื่อมวลชนเอกชนที่เชิญผู้สมัครไปออกรายการทีวีหรือจัดเวทีดีเบต กฎหมายการเลือกตั้งไม่ได้สั่งห้าม แต่สื่อจะต้องพึงระมัดระวังและรับผิดชอบตัวเองหากเกิดข้อพิพาทเรื่องความเท่าเทียม โดยหากการไปออกรายการนั้นมีค่าใช้จ่ายเกินกว่า 5,000 บาท ผู้สมัครจะต้องนำไปคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียงและยื่นบัญชีต่อ กกต. ภายใน 90 วัน เช่นเดียวกับกรณีของอินฟลูเอนเซอร์ที่เข้ามาช่วยหาเสียง หากมีค่าใช้จ่ายเกิน 5,000 บาทก็ต้องแจ้งให้ กกต. ทราบ แต่หากเป็นการช่วยหาเสียงให้ฟรีโดยไม่มีค่าตอบแทนก็ถือไปตามข้อเท็จจริง ส่วนการรณรงค์ให้ประชาชนถ่ายรูปคู่และติดแฮชแท็กแแคมเปญหาเสียง จะต้องพิจารณาเป็นรายกรณี หากผู้สมัครเป็นผู้รณรงค์เองจะถือเป็นการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องแจ้งบัญชีผู้ใช้งานต่อ กกต. แต่ถ้าเป็นการแชร์โดยที่ผู้สมัครไม่มีส่วนรู้เห็นก็จะไม่เข้าข่าย นอกจากนี้ สำหรับเรื่องการติดป้ายหาเสียง หากพบว่าไม่ถูกต้องตามเกณฑ์ กกต.กทม. จะแจ้งให้แก้ไข หากเพิกเฉยจะดำเนินการรื้อถอนทำลาย โดยผู้สมัครต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีรายงานป้ายที่ผิดกฎเกณฑ์แต่อย่างใด ทั้งนี้ กกต.กทม. ได้จัดโครงการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ขึ้นในวันนี้ เพื่อชี้แจงกฎกติกาให้ผู้สมัครทุกคนเข้าใจตรงกันและแข่งขันกันอย่างเท่าเทียม
ในวันนี้จึงเป็นการเน้นให้ความรู้กับผู้รับสมัครเลือกตั้งคือสิ่งใดทำได้และสิ่งใดทำไม่ได้ โดยเฉพาะในมาตรา 65 คือการเสนอให้ สัญญาจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม การจัดมหรสพรื่นเริง หรือจัดเลี้ยงผู้ใด การหลอกลวง จูงใจใส่ร้าย บังคับขู่เข็ญ หรือให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครรับเลือกตั้ง
ภาพ : Weeraphat Ratsameerueangrong
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964