
วันนี้ (8 มิ.ย. 69) ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ร.ต.อ. ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ในกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 3 ถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการติดป้ายหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งบางรายบนรถโดยสารประจำทางหรือรถไฟฟ้า ว่า การโฆษณาหาเสียงในลักษณะดังกล่าวสามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย โดยผู้สมัครทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันในการเข้าถึงพื้นที่โฆษณา ทั้งนี้จะต้องติดต่อขอใช้พื้นที่กับเจ้าของหรือผู้ประกอบการที่ดูแลสื่อนั้น ๆ โดยตรง ซึ่งค่าใช้จ่ายจะเป็นไปตามอัตราหรือเงื่อนไขที่เจ้าของพื้นที่กำหนดและตกลงร่วมกัน
เมื่อถามย้ำว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวครอบคลุมถึงป้ายโฆณาหรือบิลบอร์ดที่ติดตั้งตามแนวทางด่วนด้วยหรือไม่ ร.ต.อ. ชนินทร์ ยืนยันว่า สามารถดำเนินการได้เช่นเดียวกัน แต่ผู้สมัครจะต้องนำค่าใช้จ่ายทั้งหมดมาคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งตามราคาตลาด และต้องรายงานตามระเบียบที่ กกต. กำหนด
ด้าน ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ได้ชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทของสื่อหาเสียงว่า กกต. แบ่งสื่อหาเสียงออกเป็นหลายประเภท โดยประเภทแรกคือป้ายหาเสียงซึ่งมีขนาดตามที่กำหนดไว้ในประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร โดยจะสามารถติดตั้งได้เฉพาะในเส้นทางและจุดที่ กกต. กำหนดไว้เท่านั้น
ส่วนประเภทที่สองคือประกาศหรือเอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร ซึ่งมีขนาดโดยประมาณ 30 x 42 เซนติเมตร สามารถนำไปติดในสถานที่ที่ได้รับอนุญาตหรือบริเวณที่มีบอร์ดสำหรับติดประกาศตามที่กำหนด ขณะที่สื่อหาเสียงประเภทอื่น เช่น แผ่นพับ ใบปลิว นามบัตร หรือสติกเกอร์ ผู้สมัครจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะข้อห้ามเกี่ยวกับการโปรยหรือหว่านเอกสารหาเสียงในที่สาธารณะ
ทั้งนี้ หากเป็นการติดตั้งสติกเกอร์หรือสื่อหาเสียงในพื้นที่เอกชนหรือพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย ผู้สมัครสามารถดำเนินการได้ แต่จะต้องนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง และแจ้งรายละเอียดต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานครภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งปัจจุบันผู้สมัครมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้งภายใน 90 วันนับแต่วันเลือกตั้ง
ส่วนการหาเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อโฆษณาสมัยใหม่ อาทิ ป้ายดิจิทัลและบิลบอร์ดอิเล็กทรอนิกส์ ยังถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่กฎหมายเปิดให้ผู้สมัครสามารถใช้ในการประชาสัมพันธ์และรณรงค์หาเสียงได้ โดยต้องดำเนินการภายใต้หลักเกณฑ์และข้อกำหนดเรื่องค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งเช่นเดียวกับสื่อหาเสียงประเภทอื่น ๆ รวมถึงการว่าจ้างอินฟลูเอ็นเซอร์ ก็จะมีอัตราค่าจ้างต่าง ๆ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้
สำหรับกรณีคลิปและป้ายประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนั้นมีสีคล้ายคลึงกับผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครบางราย ผู้แทนปลัดกรุงเทพมหานคร ระบุว่า ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน และไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้สมัครได้เปรียบทางการเลือกตั้ง ส่วนกิจกรรมการเต้นแอโรบิกนั้นเป็นแคมเปญของกรุงเทพมหานคร ที่มีการจัดขึ้นก่อนที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ซึ่งมีการจัดให้เต้นแต่ละพื้นที่เขตทุกวันพฤหัสบดี โดยคนนิยมเต้นแอโรบิกเพราะเป็นผู้นำเต้น ซึ่งเพิ่งมาได้รับความนิยม ตอนที่มีการเชิญมิสแกรนด์เข้ามาร่วมกิจกรรม ทำให้เกิดความเข้าใจผิดมองว่าเป็นผลงานของนายชัชชาติ
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964