
วันนี้ (8 มิ.ย. 69) ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 3 เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้ง โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ร่วมกันชี้แจงรายละเอียดในทุกขั้นตอน โดยเน้นย้ำว่าการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ถือเป็นการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องลงคะแนนเลือกตั้งทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติไปพร้อมกันในคราวเดียว
สำหรับกระบวนการรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้ง ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งตามกฎหมายกำหนดให้ต้องตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันนับจากวันสิ้นสุดการรับสมัคร ดังนั้น วันที่มีการแถลงข่าวนี้จึงเป็นวันที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา จะต้องทำการประกาศรายชื่อผู้สมัครอย่างเป็นทางการ โดยการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีผู้สมัครรวมทั้งสิ้น 18 คน และนายกเมืองพัทยามีผู้สมัครจำนวน 5 คน ขณะที่ตำแหน่งสมาชิกสภาของทั้งสองพื้นที่นั้นมีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นจำนวนมากกระจายไปตามแต่ละเขตเลือกตั้ง
ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า แม้จะมีการประกาศรายชื่อผู้สมัครอย่างเป็นทางการในวันนี้แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่ากระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติจะสิ้นสุดลงทันที เนื่องจากขั้นตอนการตรวจสอบเชิงลึกจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลและการประสานงานจากหน่วยงานภายนอกมากถึง 26 หน่วยงาน อาทิ ศาลยุติธรรม สำนักงาน ป.ป.ช. กระทรวงพาณิชย์ และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นต้น ซึ่งหากหน่วยงานใดส่งผลการตรวจสอบกลับมาไม่ทันภายในกรอบเวลา 7 วัน กฎหมายกำหนดให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งต้องประกาศรายชื่อผู้สมัครรายนั้น ๆ ไปก่อน แต่หากในภายหลังพบว่าผู้สมัครคนใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ผู้อำนวยการการเลือกตั้งก็สามารถออกคำสั่งไม่รับสมัครย้อนหลังได้ พร้อมทั้งแจ้งเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้สมัครทราบ ซึ่งผู้สมัครมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 3 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคำร้องและแสดงพยานหลักฐานต่อไป นอกจากนี้ หากมีการประกาศรายชื่อไปแล้วและพบหลักฐานใหม่ในภายหลัง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งก็ยังสามารถรายงานเรื่องมายัง กกต. เพื่อมีคำสั่งถอนชื่อผู้สมัครได้ ซึ่งอำนาจการตรวจสอบนี้จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องแม้จะผ่านวันเลือกตั้งไปแล้ว ตราบใดที่ยังไม่มีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ขอเตือนว่าหากผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนเองขาดคุณสมบัติแต่ยังมาลงสมัคร จะมีความผิดรุนแรงตามมาตรา 120 ของกฎหมายเลือกตั้ง

ในส่วนของข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ในกรุงเทพมหานครพบว่ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. จำนวนกว่า 4,400,000 คน แต่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) น้อยกว่า คือประมาณ 4,300,000 คน ซึ่งความแตกต่างนี้เกิดจากเงื่อนไขทางกฎหมายเรื่องระยะเวลาการมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน โดยผู้มีสิทธิเลือก ส.ก. จะต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งนั้นติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง หากประชาชนเพิ่งย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาอยู่ในเขตใหม่และยังไม่ครบ 1 ปี จะมีสิทธิเลือกเฉพาะผู้ว่าฯ กทม. เท่านั้น ส่วนสิทธิการเลือก ส.ก. จะต้องไปขอเพิ่มชื่อในเขตเดิมที่ตนเองเคยมีชื่ออยู่ติดต่อกันเกิน 1 ปี โดยต้องทำเรื่องภายในกำหนดเวลาไม่เกิน 10 วันก่อนวันเลือกตั้ง หรือภายในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ ซึ่งกรณีลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในกรุงเทพฯ แต่ในเมืองพัทยาก็พบผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเงื่อนไขเดียวกันนี้จำนวน 251 คน จึงขอให้สื่อมวลชนช่วยกันประชาสัมพันธ์เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสนว่าเป็นความผิดพลาดของระบบ
สำหรับการบริหารจัดการในวันเลือกตั้ง กกต. ได้กำหนดให้บัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และนายกเมืองพัทยาใช้ "บัตรสีเขียว" ส่วนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภา กทม. และสมาชิกสภาเมืองพัทยาใช้ "บัตรสีชมพู" โดยบัตรเลือกตั้งฝ่ายบริหารจะพิมพ์หมายเลขตามจำนวนผู้สมัครจริง ขณะที่บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาจะใช้จำนวนหมายเลขตามเขตที่มีผู้สมัครมากที่สุดเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกเขตเพื่อความสะดวกในการจัดพิมพ์ นอกจากนี้ กกต. ได้จัดทำเครื่องหมายกำกับไว้ชัดเจนในบัญชีรายชื่อประจำหน่วยสำหรับผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งเพียงประเภทเดียว เพื่อป้องกันไม่ให้กรรมการประจำหน่วยจ่ายบัตรผิดพลาด พร้อมทั้งกำชับให้ทุกหน่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ทุพพลภาพให้สามารถเข้าคูหาใช้สิทธิได้ก่อนผู้อื่น ส่วนหลักฐานการแสดงตนสามารถใช้บัตรประชาชน เอกสารราชการที่มีรูปถ่าย หรือเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอปพลิเคชันที่ราชการรับรอง เช่น ThaiD โดยต้องเปิดแอปฯ แสดงต่อหน้าเจ้าหน้าที่และห้ามใช้ภาพแคปหน้าจอเด็ดขาด

หลังปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 17.00 น. จะทำการนับคะแนนพร้อมกันทุกประเภท ณ หน่วยเลือกตั้ง โดยไม่มีการแยกนับฝั่งบริหารให้เสร็จก่อน ทั้งนี้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาจะมีลักษณะพิเศษที่ประชาชนสามารถเลือกผู้สมัครได้ไม่เกิน 6 คนในบัตรใบเดียว จึงอาจเกิดกรณี "บัตรดีบางส่วน" ซึ่งหากมีการทำเครื่องหมายผิดในบางช่อง คะแนนในช่องที่ผิดจะถูกตัดไป แต่คะแนนในช่องที่เลือกถูกต้องจะยังถูกนำมานับตามปกติ ไม่ถือเป็นบัตรเสียทั้งใบ ส่วนกรณีที่จำนวนบัตรและผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกัน กรรมการประจำหน่วยไม่มีอำนาจสั่งนับใหม่ทันที แต่ต้องตั้งโต๊ะตรวจสอบบัตรดี บัตรเสีย และบัตรไม่เลือกผู้ใดต่อหน้าพยานเพื่อหาสาเหตุ หากท้ายที่สุดยังหาข้อสรุปไม่ได้ จะต้องส่งเรื่องให้ กกต. พิจารณาจัดให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ตามมาตรา 105 และเมื่อนับคะแนนเสสิ้นจะมีการติดประกาศผลที่หน่วยเลือกตั้งทันที ก่อนจะนำถุงบัตรคะแนนจากหลายหน่วยมาบรรจุรวมกันในหีบใหญ่เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการขนย้ายยับยั้งการสูญหาย ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติทางธุรการ ไม่ใช่การแก้ไขผลคะแนนตามที่บางฝ่ายเข้าใจผิด
ทางด้าน นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้กล่าวเสริมว่า ปัญหาความคลาดเคลื่อนของคะแนนมักเกิดจากความเหนื่อยล้าของเจ้าหน้าที่หรือความผิดพลาดระหว่างผู้ขานและผู้จดคะแนน ซึ่ง กกต. ยินดีและสนับสนุนให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมสังเกตการณ์และตรวจสอบได้ตลอดกระบวนการ ตั้งแต่ช่วงการหาเสียง วันลงคะแนน ไปจนถึงช่วงนับคะแนน โดยประชาชนสามารถถ่ายภาพหรือวิดีโอได้ตราบใดที่ไม่รบกวนการทำงาน ไม่ขัดขวางผู้ใช้สิทธิ ไม่ถ่ายภาพภายในคูหาเลือกตั้ง และปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA ซึ่งการทักท้วงในขณะที่เหตุการณ์กำลังเกิดขึ้นจะช่วยแก้ปัญหาได้รวดเร็วและเป็นธรรมที่สุด ทั้งนี้ กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งทุกคนถือเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย หากจงใจบิดเบือนผลหรือทุจริตย่อมมีโทษอาญาเด็ดขาด โดย กกต. มุ่งหวังและเชื่อมั่นว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวังครั้งนี้ จะช่วยให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส และได้รับความเชื่อมั่นจากทุกฝ่ายในสังคมอย่างแท้จริง
ภาพ : Yanawut Samphaothong
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964