“กมธ.ความมั่นคงฯ” ลงพื้นที่ครั้งแรก จ.จันทบุรี ประชุมติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

2026-06-26 22:16 Khanisorn Lorthongdaeng

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px) - 2026-06-26T205926.885.jpg

วันนี้ (26 มิ.ย. 69) เวลา 13.30 น. ที่ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส. พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการ เดินทางลงพื้นที่ จ. จันทบุรี เพื่อร่วมรับฟังปัญหาและแนวทางการแก้ไขความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา รวมทั้งการดูแลและป้องกันประชาชนจากผลกระทบ โดยมี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี, พล.ร.ต. อมรเทพ บุญยงค์ รองผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด, น.อ. ปรัชญา หาญเทียม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี และตัวแทนจากหน่วยงานราชการต่าง ๆ เข้าร่วมประชุม

โดย นายมณเฑียร กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จ. จันทบุรี พร้อมติดตามสถานการณ์ ปัญหา และอุปสรรคในการดำเนินงานด้านความมั่นคงชายแดน โดยถือเป็นการเดินทางศึกษาดูงานต่างจังหวัดครั้งแรกของคณะกรรมาธิการชุดปัจจุบัน ก่อนที่จะทยอยลงพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ ต่อไป

ลายน้ำ (38).jpg

นายมณเฑียร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ ในการประชุมแล้ว คณะกรรมาธิการยังมีกำหนดลงพื้นที่ตรวจสอบการก่อสร้างกำแพงชายแดนในวันพรุ่งนี้ (27 มิ.ย. 69) เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงโดยตรง และต้องการเปิดโอกาสให้ทุกหน่วยงานสะท้อนปัญหา อุปสรรค รวมถึงข้อเสนอแนะว่าต้องการให้ฝ่ายนิติบัญญัติสนับสนุนหรือผลักดันเรื่องใด เพื่อให้คณะกรรมาธิการสามารถประสานความร่วมมือและผลักดันการแก้ไขปัญหาร่วมกับทุกหน่วยงานด้านความมั่นคงได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยืนยันว่าคณะกรรมาธิการยินดีให้การสนับสนุนและผลักดันทุกประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนอย่างเต็มที่

ขณะที่ น.อ. ปรัชญา หาญเทียม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี กล่าวว่า พื้นที่แถบชายแดนไทย-กัมพูชาของ จ. จันทบุรี เป็นจังหวัดเดียวที่ไม่เกิดเหตุปะทะนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดน เนื่องจากทั้งสองฝ่ายสามารถแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและการพัฒนาร่วมกัน โดยสามารถเชื่อมผืนแผ่นดินและรักษาพื้นที่ของไทยไว้ได้กว่า 3 ไร่ ขณะที่ยังมีพื้นที่ลุ่มตะกอนอีกกว่า 7 ไร่ ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ พร้อมเดินหน้าก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างและถนนเพื่อเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง


น.อ. ปรัชญา กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ชายแดนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรียังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ชายแดนระยะทาง 87 กิโลเมตร ยังคงใช้มาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด และสามารถควบคุมพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมประสานงานกับกองกำลังของทั้งสองฝ่ายอย่างใกล้ชิด โดยทุกขั้นตอนการปฏิบัติจะมีการแจ้งและชี้แจงให้ประเทศเพื่อนบ้านรับทราบ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและสร้างความร่วมมือ ส่งผลให้การปฏิบัติภารกิจตามแนวชายแดนเป็นไปอย่างราบรื่น

ลายน้ำ (35).jpg

ส่วนการก่อสร้างรั้วชายแดนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีเป็นโครงการที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยภายหลังผู้บัญชาการทหารเรือลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบริเวณหลักเขตแดนที่ 55 ได้มีข้อสั่งการให้เตรียมการก่อสร้างรั้วชายแดน ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งจากกองทุนหทัยทิพย์ และเริ่มดำเนินการในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อนเป็นแห่งแรก ปัจจุบันโครงการแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ช่วงหลักเขตแดนที่ 52–54 ซึ่งคืบหน้าแล้วร้อยละ 45 และช่วงหลักเขตแดนที่ 54–59 ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยได้ก่อสร้างถนนจากหลักเขตแดนที่ 54 แล้วกว่า 600 เมตร เพื่อรองรับการก่อสร้างรั้วและโครงสร้างด้านความมั่นคงในระยะต่อไป

น.อ. ปรัชญา กล่าวว่า จ. จันทบุรี เคยมีพื้นที่ที่เข้าข่ายอาจกระทบต่อแนวทางตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 ได้แก่ พื้นที่รูปตัว ก. และรูปตัวยู แต่สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานความมั่นคง ส่วนราชการ อำเภอ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด และประชาชน เนื่องจากการดำเนินการในพื้นที่เสี่ยงต่อการสูญเสียอธิปไตยจำเป็นต้องอาศัยศักยภาพจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะการถมคลองที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ในพื้นที่ลุ่มตะกอน ซึ่งหากปล่อยไว้ ไทยอาจสูญเสียพื้นที่กว่า 3 ไร่ ก่อนที่ทุกฝ่ายจะร่วมกันเชื่อมผืนแผ่นดินและฟื้นฟูสภาพพื้นที่จนแล้วเสร็จ

สำหรับพื้นที่รูปตัวยู ได้มีการก่อสร้างถนนด้านความมั่นคงเพื่อสนับสนุนการลาดตระเวนและการส่งกำลังบำรุง จากเดิมที่กำลังพลต้องใช้เวลาเดินเท้ากว่า 8 ชั่วโมงในการเข้าถึงพื้นที่ เมื่อถนนแล้วเสร็จจึงสามารถเชื่อมผืนแผ่นดินและรักษาพื้นที่กลับคืนมาได้อีกกว่า 7 ไร่ พร้อมขยายเส้นทางด้านความมั่นคงต่อเนื่องไปยังฐานปฏิบัติการบริเวณรอยต่อจังหวัดตราดอีกประมาณ 8 กิโลเมตร รวมเป็นถนนที่ประชาชนร่วมสนับสนุนการก่อสร้างเพื่อภารกิจด้านความมั่นคงกว่า 23 กิโลเมตร ทั้งนี้ การดำเนินงานได้รับความร่วมมือจากประชาชนที่นำรถบรรทุกดินกว่า 300 คันเข้าถมพื้นที่ลุ่มตะกอน และใช้รถขุดจำนวน 16 คันปรับปรุงพื้นที่รูปตัวยูจนแล้วเสร็จ โดยฝ่ายกัมพูชาไม่ได้ขัดขวางการดำเนินงาน หลังได้รับการชี้แจงว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นอธิปไตยของไทยและการดำเนินการเป็นการฟื้นฟูพื้นที่ที่ถูกเปลี่ยนแปลงจากการกระทำของมนุษย์

ภายหลังการปรับปรุงพื้นที่ทั้งสองจุดแล้วเสร็จ ได้มีการจัดพิธีเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสา พร้อมร่วมร้องเพลงชาติไทยกับหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนในจังหวัดจันทบุรี เพื่อประกาศความสำเร็จในการเชื่อมผืนแผ่นดินกลับคืนสู่สภาพเดิม และแสดงออกถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการยืนยันและรักษาอธิปไตยของไทยบริเวณพื้นที่ชายแดนดังกล่าว

น.อ. ปรัชญา กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรีคือการใช้การเจรจาเป็นหลัก โดยยึดหลักการรักษาอธิปไตยควบคู่กับการรักษาสันติภาพ และใช้แนวทางการทูตนำการทหาร จึงทำให้พื้นที่ชายแดนจังหวัดจันทบุรีไม่เกิดการสู้รบและสามารถแก้ไขปัญหาพื้นที่รูปตัว ก. พื้นที่รูปตัวยู รวมถึงการก่อสร้างรั้วและโครงสร้างด้านความมั่นคงได้สำเร็จ โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ คุ้มครองชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน ลดความตึงเครียดตามแนวชายแดน และสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน หน่วยงานความมั่นคง และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน และกองทัพเป็นสำคัญ

ลายน้ำ (36).jpg

ด้าน พล.ร.ต. อมรเทพ บุญยงค์ กล่าวเสริมว่า กรณีการสร้างรั้วชายแดน ความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่มีมาอย่างต่อเนื่องก่อนเกิดสถานการณ์ความตึงเครียด เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การดำเนินงานก่อสร้างรั้วชายแดนและการเสริมสร้างความมั่นคงประสบความสำเร็จโดยไม่มีการสูญเสีย ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และภาคประชาชน พร้อมระบุว่าในระยะต่อไปจะให้ความสำคัญกับการสถาปนาความมั่นคงในพื้นที่ โดยเฉพาะการพัฒนาเส้นทางยุทธศาสตร์เลียบแนวชายแดนที่ใช้เป็นเส้นทางหลักในการส่งกำลังบำรุงและการลาดตระเวน เนื่องจากปัจจุบันยังเป็นถนนชั่วคราว จึงจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาให้มีความมั่นคงและใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง


ขณะที่เส้นทางดังกล่าวมักได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่เกิดน้ำท่วมขัง น้ำกัดเซาะ หรือเส้นทางถูกตัดขาด ส่งผลให้การลาดตระเวนเป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงจำเป็นต้องมีการซ่อมบำรุงและปรับปรุงระบบระบายน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เส้นทางมีความพร้อมรองรับภารกิจด้านความมั่นคง ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลแนวชายแดนตามแนวสันปันน้ำ รวมถึงอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลและช่วยเหลือประชาชน

พล.ร.ต. อมรเทพ กล่าวยืนยันว่า ส่วนกรณีเรื่องของการปิดด่าน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้ว่าจะมีสื่อเทียมหรืออวตารต่าง ๆ ที่มีการปั่นข่าวว่าเปิดด่าน ซึ่งเป็นเรื่องไม่จริง และกองทัพเรือก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการถ่ายทอดสดตรงประตูด่านเพื่อให้เห็นว่ามีการปิดด่านตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนเรื่องทางทะเลที่มีข่าวออกมาว่าพบเรือสินค้าไทยเข้าเทียบเรือที่ท่าเรือสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ซึ่งปัจจุบันไทยมีกฎหมายพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ควบคุมสินค้าตามชายแดน พ.ศ. 2524 จำนวน 7 ชนิด ประมาณ 80 รายการ ภายใต้การดูแลของกระทรวงกลาโหม ซึ่งที่ผ่านมามีเรื่องเข้าใจผิด หลังได้รับทราบจากตัวแทนอำเภอพื้นที่ จ. ตราด ว่ามีเรือสินค้าไปในพื้นที่ดังกล่าว

โดยความจริงพบว่ามีเรือสินค้าที่มาจากท่าเรือแหลมฉบัง จ. ชลบุรี ซึ่งเรือแต่ละลำจะมีเส้นทางการวิ่งไปสู่ปลายทางต่าง ๆ โดยหากเรือเหล่านี้ไม่วิ่งเข้ามาในเขตพื้นที่จันทบุรีหรือตราดก็จะไม่มีปัญหา เพราะกองทัพได้ป้องกันในพื้นที่ทางทะเลไว้ แต่เนื่องจากมีเรือบางส่วนอ้างว่าหลบคลื่นลมหรือหลบพายุ ทำให้วิ่งเฉียดเข้ามาในพื้นที่จันทบุรีและตราด จนเกิดการเข้าใจผิดว่ามีเรือสินค้าออกจากพื้นที่หรือไม่ ส่งผลให้ตามไปแก้ข่าวได้ยากเพราะสื่อสมัยนี้เผยแพร่ไปอย่างรวดเร็ว ยืนยันว่าหากเป็นเรือในพื้นที่จะไม่มีปัญหา แต่ที่มีประเด็นคือเรือมาจากนอกพื้นที่

พล.ร.ต. อมรเทพ กล่าวย้ำว่า ทั้งนี้ หากพบว่ามีเรือสินค้านอกพื้นที่เข้ามายังพื้นที่ กองทัพเรือ, ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และตำรวจน้ำ จะต้องเข้าไปตรวจสอบทันที และต้องให้เรือดังกล่าวสำแดงใบสินค้าพร้อมเอกสารจากหน่วยราชการที่ถูกต้อง

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964