
วันนี้ (26 มิ.ย. 69) ที่สวนเบญจกิตติ นายณัฐพงษ์ ปราศรัยว่า วันนี้ที่ตนมายืนอยู่บนเวทีนี้ ไม่ใช่เป็นเพราะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองอย่างเดียว และไม่ได้เป็นเพราะตนเติบโตมาเป็นหัวหน้าพรรคตามเส้นทางทางการเมือง แต่เหตุผลลึก ๆ มีเพียงเหตุผลเดียวคือความต้องการเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อให้ประเทศนี้มีประชาชนเป็นเจ้าของประเทศอย่างแท้จริง
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เหลือเวลาอีกเพียง 2 วัน ตนจึงอยากให้ทุกคนทบทวนเหตุผลและความหมายของการเลือกตั้งในครั้งนี้ว่า ทุกครั้งที่ออกไปเลือกตั้งท่านเลือกเพราะอะไร และความหมายในการกากบาทลงบัตรเลือกตั้งคืออะไร มันเป็นแค่การเลือกผู้ว่าฯ และ ส.ก. คนถัดไป หรือเป็นแค่การเลือก สส. เขตหนึ่งคนที่จะเข้ามาดูแลเขตเลือกตั้งของท่าน หรือมีความหมายที่เชิงลึกกว่านั้น
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่าการตัดสินใจของพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ยิ่งนับวันก็ยิ่งส่งภาพชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ปี 2562 จนถึงการเลือกตั้ง กทม. ในปี 2565 จนมาถึงการเลือกตั้งใหญ่ในปี 2566 และปี 2569 สิ่งที่คนกรุงเทพฯ ใช้เป็นเหตุผลในการตัดสินใจคือ ความต้องการเห็นการเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม และอยากเห็นนักการเมืองที่ตรงไปตรงมา ทำงานเพื่อปกป้องผลประโยชน์และเงินภาษีของประชาชนทุกคน
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการเลือกตั้งในอีก 2 วันต่อจากนี้ ซึ่ง ส.ก. มีตัวเลือกมากมาย ทั้งที่สังกัดพรรคและไม่สังกัดพรรค ตนอยากให้ทุกคนมองไปที่ทุกตัวเลือกก่อนตัดสินใจว่า ใครคือคนที่เราสามารถเชื่อได้อย่างสนิทใจว่ามีผลงานการทำงานที่ผ่านมาอยู่เคียงข้างประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งตนกล้าการันตีว่าเพื่อน ส.ก. และ สส. ที่รายล้อมอยู่ ณ ที่นี้ หลายคนร่วมเดินทางด้วยกันมาตั้งแต่สมัยอดีตพรรอนาคตใหม่

นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า ในการเลือกตั้งปี 2562 พี่น้องไม่ได้ตัดสินใจเลือกพรรคอนาคตใหม่เพราะคิดว่าเราจะได้เป็นรัฐบาล แต่ที่ออกไปกากบาทเพราะคิดว่าจะสร้างการเมืองใหม่ที่พาทุกคนออกจากวงจรการปฏิวัติ ซึ่งทุกคะแนนเสียงในวันนั้นไม่ได้สูญเปล่า อย่างไรก็ตาม สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ทั้ง ส.ก. และผู้ว่าฯ ตนเชื่อว่าไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การเลือกพ่อเมืองมาดูแลปัญหาหน้าบ้าน ทำให้น้ำไหล ไฟสว่าง ทางสะดวก แต่ความหมายคือการเปลี่ยนการเมืองให้เป็นการเมืองแบบที่เราต่อสู้กันมาตลอด โดยเริ่มต้นจากสนามกรุงเทพฯ ที่ผ่านมาเวลาเลือกตั้งท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นนายกฯ หรือผู้ว่าฯ มักต้องยอมปิดตาข้างหนึ่งเพื่อให้งบประมาณผ่าน ซึ่งพี่น้องคนกรุงเทพฯ จะยอมให้งบประมาณหมื่นล้านบาทถูกผ่านไปเช่นนั้นหรือ และคิดว่านะงบประมาณหมื่นล้านบาทจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้มากแค่ไหน
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เราต้องเลือกผู้ว่าฯ และ ส.ก. ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ และต้องอาศัยผู้นำเมืองที่กล้าเข้าไปเปลี่ยนแปลงในเรื่องต่าง ๆ สำหรับตนมีความเชื่อมั่นในตัว นายชัยวัฒน์ ซึ่งเขาเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเองและพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองขึ้นทุกวัน ซึ่งตนคิดว่าเป็นคุณสมบัติที่ดีของการเป็นผู้นำ เวลาที่ผู้นำเจอเรื่องยาก ๆ แต่เขายังยืนหยัดอยู่ตรงนี้ และยังเชื่อมั่นในทีมงานรวมถึงทีม ส.ก. หากเขาเชื่อมั่นเช่นนี้เขาจะไม่มีวันทรยศประชาชน
“สำหรับผมวันนี้ประเทศไทยมีคนเก่งเยอะแยะไปหมด แต่สิ่งที่การเมืองไทยขาดมาตลอดคือผู้นำที่มีเจตจำนงทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ หากขัดกับผลประโยชน์ของประชาชน เขาจะยืนเป็นหลักที่มั่นคงและกล้าพูดปัญหาเหล่านั้นออกมาเสียงดังเพียงพอให้ประชาชนได้รับรู้ เพื่อให้ประชาชนเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้ นี่เป็นสิ่งที่ผมเชื่อว่าคนกรุงเทพฯ ต้องการจากผู้ว่าฯ คนต่อไป” นายณัฐพงษ์ กล่าว
นายณัฐพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เราจะทำให้สีส้มเติบโตขึ้น การเติมความหวังให้พวกเราอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชนในอีก 2 วันต่อจากนี้ ตนอยากให้คนกรุงเทพฯ ออกไปกากบาทด้วยความหวัง เพื่อแสดงเจตจำนงของพวกเรา และสร้างแรงบันดาลใจให้คนในจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศเห็นว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่สนามการเมืองท้องถิ่นเปลี่ยน โดยเอาสมาชิกสภาที่ตรงไปตรงมาเข้าไปตรวจสอบงบประมาณ และเอาผู้ว่าฯ หรือนายกฯ เมืองที่มีเจตจำนงเข้าไปบริหาร จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงและทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้ขนาดไหน และหากพี่น้องคนกรุงเทพฯ ตัดสินใจเช่นนี้ ตตนให้คำมั่นสัญญาว่าอีก 4 ปีต่อจากนี้ เราจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าการตัดสินใจของทุกท่านจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับจังหวัดอื่น ๆ และการเลือกตั้งครั้งหน้าเราจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปด้วยกัน
ภาพ : Weeraphat Ratsameerueangrong
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964