
วันนี้ (8 ก.ค. 69) ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุม ครม. เงา ครั้งที่ 8 ของพรรคประชาชน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค แถลงเรียกร้องรัฐบาลจัดการปัญหายาเสพติด โดยนายณัฐพงษ์ได้ส่งข้อเรียกร้องไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่เคยปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดจนทำให้เกิดช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมายและเกิดผลกระทบ โดยหยิบยกข่าวที่ปรากฏต่อสาธารณะว่าประเทศไทยกำลังกลายเป็นฮับส่งออกกัญชาของโลก และกำลังถูกมองจากรัฐบาลทั่วโลกว่าเป็นฐานปฏิบัติการให้กับแก๊งอาชญากรข้ามชาติและผู้ค้ายาเสพติด เช่น กรณีแอร์โฮสเตสสาวที่ถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับเฮโรอีน รวมถึงอีกหลายกรณีที่เกี่ยวข้องกับกัญชาเนื่องจากมีการจับกุมล็อตใหญ่หลายล็อต
ทั้งนี้นายณัฐพงษ์ได้อ้างอิงตัวเลขการจับกุมของศุลกากรในช่วงเดือนตุลาคม - พฤษภาคม 2569 ว่าสามารถจับกุมได้ถึง 3,000 คดี น้ำหนักรวมกันกว่า 300,000 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท และยังมีอีกหลายกรณีที่ไม่สามารถจับกุมได้เนื่องจากเล็ดลอดไปยังต่างประเทศ อาทิ กรณีที่เกิดขึ้นที่ฮ่องกงที่มีการจับกัญชาแห้ง 23 กิโลกรัม มูลค่า 16.9 ล้านบาท กรณีที่ประเทศโปแลนด์และเยอรมนีที่มีการซุกซ่อนผ่านตู้คอนเทนเนอร์ จับกุมได้ 1.2 ตัน มูลค่า 450 ล้านบาท หรือกรณีที่ประเทศอินโดนีเซียที่มีการตรวจยึดช่อดอกกัญชาคุณภาพสูงจากประเทศไทยจำนวน 3.37 ตัน ซึ่งปัญหาดังกล่าวส่งผลให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยได้รับความเสื่อมเสียจากการเป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งอาชญากรข้ามชาติ เนื่องจากกัญชาในหลายประเทศปลายทางยังคงเป็นยาเสพติดผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคนไทยโดยตรงนับตั้งแต่ปี 2562 ที่มีการปลดล็อกกัญชาในสมัยที่นายอนุทินดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คือข้อมูลจากภาครัฐที่พบว่ามีผู้ป่วยจิตเวชจากการเสพกัญชาเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า โดยในปี 2562 มีผู้ป่วยทางจิตจากการเสพกัญชาจำนวน 6,500 คน แต่หลังจากมีการปลดล็อกกัญชา ในปี 2566 ตัวเลขผู้ป่วยได้พุ่งสูงขึ้นกว่า 20,000 คน สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าการปลดล็อกโดยไม่มีกฎหมายกำกับควบคุมดูแลอย่างดีเพียงพอ ทั้งในแง่ของคนซื้อและการออกใบอนุญาต กลายเป็นประเด็นที่ทำให้ปัญหาลุกลามบานปลาย ซึ่งทางพรรคประชาชนไม่ได้คัดค้านเรื่องการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ แต่การมีกฎหมายกำกับควบคุมดูแลที่เข้มงวดและดีเพียงพอเป็นสิ่งที่นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยละเลยมาตลอด 4 ปี ตั้งแต่ปี 2565 - 2569
นายณัฐพงษ์ยังได้ยกตัวอย่างช่องว่างของกฎหมายในฝั่งผู้เสพว่า ปัจจุบันเด็กและเยาวชนไม่มีการกำหนดอายุขั้นต่ำที่จะซื้อผลิตภัณฑ์จากกัญชา ทั้งที่การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ หรือสลากกินแบ่งรัฐบาลล้วนมีกฎหมายกำกับ แม้รัฐบาลจะอ้างว่ามีใบอนุญาตกำกับดูแลในส่วนนี้ แต่กลับไม่มีโทษทางอาญา มีเพียงการถอนใบอนุญาตซึ่งเป็นโทษที่เบามาก ขณะที่ฝั่งผู้ผลิตตาม พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 มีใบอนุญาตเพียง 3 ชนิด คือ ใบอนุญาตขายและแปรรูป ใบอนุญาตการส่งออก และใบอนุญาตการวิจัย แต่กลับไม่มีใบอนุญาตในการผลิต ส่งผลให้หน่วยงานของรัฐไม่สามารถทราบได้ว่าสต็อกหรือปริมาณกัญชาที่ผลิตในประเทศมีจำนวนเท่าไร ทำให้ไม่เห็นสเกลของปัญหา และไม่รู้ว่าจะกำกับดูแลเพื่อป้องกันไม่ให้ส่งออกไปยังประเทศปลายทางได้อย่างทั่วถึงหรือไม่ ซึ่งถือเป็นช่องโหว่ที่เกิดขึ้นจากนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยโดยตรง
ด้วยเหตุนี้ พรรคประชาชนจึงมีข้อเรียกร้องส่งตรงถึงรัฐบาล โดยในระยะสั้น นายกรัฐมนตรีจะต้องลงไปกำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น ป.ป.ส. หน่วยงานความมั่นคง และกรมศุลกากร เพื่อบล็อกไม่ให้มีการส่งออกกัญชารวมถึงยาเสพติดชนิดอื่นจากประเทศไทยไปยังประเทศปลายทาง เพื่อไม่ให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสื่อมเสียไปมากกว่านี้ ส่วนในระยะกลางและระยะยาว จะต้องเร่งผ่านกฎหมายเพื่อควบคุมกัญชาในประเทศ ซึ่งแม้จะทราบว่าตัวแทนของรัฐบาลได้ให้สัมภาษณ์ว่าพร้อมที่จะผลักดันกฎหมาย แต่เชื่อว่าตลอด 4 ปีที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยอาจจะเกียร์ว่างจนทำให้เกิดช่องว่างในกฎหมายและทำให้ปัญหาลุกลามบานปลายมาถึงปัจจุบัน โดยพรรคประชาชนพร้อมที่จะพิจารณากฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อให้การกำกับดูแลการผลิต การใช้ และการขายกัญชาในประเทศมีประสิทธิภาพสูงสุด
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964