
วันนี้ (15 ก.ค. 69) เวลา 13.00 น. ที่อาคารรัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้รับหนังสือร้องเรียนจาก นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ เจ้าของบริษัท ก่อเกียรติ กรุ๊ป จำกัด กรณีมีปัญหาฟ้องร้องกับบริษัทเอกชนรายใหญ่และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จากการถูกฉ้อโกงสัญญาสัมปทานโฆษณาบนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศยูโรทู ของ ขสมก. ซึ่งหลังจากนี้ตนได้เชิญ นางสาวรักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ (สัดส่วนเดิม) มาร่วมรับฟังและหารือแนวทางร่วมกันต่อไป เนื่องจากเห็นว่าประเด็นดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์สาธารณะอย่างกว้างขวาง
ทางด้าน นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดของเรื่องดังกล่าวว่า สาเหตุที่ต้องเดินทางมาร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการฯ ในวันนี้ เนื่องจากพบพฤติกรรมของอดีตเจ้าหน้าที่รัฐของ ขสมก. ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตร่วมกับ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) โดยมี นาย ป. และพวก เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งมีลำดับเหตุการณ์เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงต้นปี 2548 ที่บริษัท ก่อเกียรติ กรุ๊ป ชนะการประมูลสิทธิ์การโฆษณาบนรถปรับอากาศของ ขสมก. จึงได้ร่วมกันจัดตั้ง บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ขึ้นมาเพื่อบริหารจัดการ ต่อมาในวันที่ 1 เมษายน 2548 ได้มีการทำสัญญาสามฝ่ายระหว่าง ขสมก. บริษัท ก่อเกียรติ กรุ๊ป และบริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) เข้ามาทำหน้าที่ดูแลด้านการตลาด ซึ่งรายได้และเส้นทางการเงินทั้งหมดที่มาจากสปอนเซอร์โฆษณา กลับถูกโอนเข้าสู่บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ทั้งหมด
จนกระทั่งในช่วงปี 2550 ถึง 2553 ทางบริษัท ก่อเกียรติ กรุ๊ป เริ่มตรวจพบความผิดปกติและร่องรอยของการปลอมแปลงเอกสารในบางส่วน เมื่อไปสอบถามกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกลับได้รับการบ่ายเบี่ยงและไม่ชี้แจงในเรื่องของส่วนแบ่งผลกำไรต่าง ๆ ต่อมาเมื่อประมาณวันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ได้เริ่มยื่นเอกสารต่าง ๆ เพื่อเตรียมเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ จนกระทั่งในปี 2558 ทางตนได้ตรวจพบหลักฐานสำคัญอีกครั้ง ซึ่งพบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารของทางราชการ โดย นาย ป. ได้นำเอกสารดังกล่าวไปใช้ร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐในการทุจริตมากกว่า 50 เรื่อง และยังเป็นการตรวจพบเอกสารใหม่เพิ่มเติมอีกหลายฉบับด้วยกัน

นายก่อเกียรติ กล่าวต่อไปว่า ตามข้อตกลงเบื้องต้นในปี 2558 เอกสารของบริษัท ก่อเกียรติ กรุ๊ป จะมีความสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีผู้ลงนามร่วมกัน 2 คน คือ ตนเองและนางวรัญญา พร้อมกับการประทับตราสำคัญของบริษัท แต่ปรากฏว่าในหน้าฉบับที่ 6 ของเอกสารกลับมีการปลอมแปลงขึ้น เนื่องจากบริเวณหัวกระดาษไม่มีตราประทับของบริษัท นอกจากนี้ ในส่วนของหนังสือบันทึกข้อตกลง ช.4 ที่ทำขึ้นระหว่างตนเองในนามก่อเกียรติ กรุ๊ป กับ ขสมก. นั้น มีเพียงลายเซ็นของนายปริญ แต่กลับไม่มีตราประทับของบริษัทเช่นกัน เมื่อมีการฟ้องร้องและเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเอกสารชุดใหม่ จึงพบว่าเอกสารที่มีตราประทับถูกต้องตามกฎหมายมีไม่ถึง 10 ฉบับ ส่วนเอกสารที่เหลืออีกกว่า 44 ฉบับ ตนยืนยันว่าเป็นการปลอมแปลงขึ้นมาทั้งหมด ซึ่งเอกสารเหล่านี้ถูกเก็บรักษาไว้ใน ขสมก. ทั้งสิ้น ตนจึงได้ดำเนินการฟ้องร้อง นาย ป. ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารและยักยอกหุ้น แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมาตนไม่มีความรู้ทางด้านกฎหมายเชิงลึก ประกอบกับมีบุคคลลึกลับติดต่อเข้ามาข่มขู่และแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงเพื่อกดดันไม่ให้ตนดำเนินคดี ทำให้เกิดความหวาดกลัว อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 นี้ ตนได้ตัดสินใจเดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมจากความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น เพราะวันนี้ตนไม่มีความกลัวอะไรอีกต่อไปแล้ว และพร้อมสู้เต็มที่แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม

ขณะที่ นายรังสิมันต์ โรม กล่าวสรุปในเรื่องนี้ว่า แม้ในเบื้องต้นเรื่องดังกล่าวจะดูเหมือนเป็นกรณีข้อพิพาทและความขัดแย้งระหว่างบริษัทเอกชนกับเอกชนด้วยกัน แต่เมื่อพิจารณาตามเนื้อหาข้อร้องเรียนแล้ว พบว่ามีหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอย่าง ขสมก. เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ตนจึงมองว่ากรณีนี้เป็นเรื่องของผลประโยชน์สาธารณะที่คณะกรรมาธิการฯ จะต้องรับไปพิจารณาตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่มีการอ้างว่ามีบุคคลแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงมาข่มขู่ประชาชน ยิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐสภาจะต้องสร้างความกระจ่างให้เกิดขึ้นแก่สังคม ดังนั้น ทางคณะกรรมาธิการฯ จะเดินหน้าดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ต่อไปอย่างแน่นอน โดยย้ำว่าจะทำหน้าที่ตามขอบเขตและไม่ไปก้าวล่วงต่ออำนาจของศาลยุติธรรมแต่อย่างใด
ภาพ : Weeraphat Ratsameerueangrong
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964