
วันนี้ (15 ก.ค. 69) เวลา 15.30 น. ที่อาคารรัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัย การเยียวยาประชาชน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเขตพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ให้กับ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า ประชาชนในพื้นที่ยังคงมีความวิตกกังวลและขาดความเชื่อมั่นว่าจะเกิดเหตุการณ์อุทกภัยซ้ำรอยเหมือนปีที่ผ่านมา ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลในครั้งนี้มีประเด็นสำคัญที่ต้องการเน้นย้ำ 2 เรื่องหลัก
เรื่องแรกคือเรื่องของงบประมาณ ที่จากการตรวจสอบพบว่า พื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ยังไม่สามารถจัดสรรงบประมาณที่จำเป็นสำหรับการขุดลอกคลอง รวมถึงการซ่อมแซมและจัดซื้ออุปกรณ์ที่เสียหายไปเมื่อปี 2568 ได้ เนื่องจากเงินสะสมที่มีอยู่นั้นยังมีไม่เพียงพอ ซึ่งจากการประเมินในเบื้องต้นคาดว่าต้องใช้วงเงินประมาณ 270 ล้านบาท โดยหากไม่มีงบประมาณในส่วนนี้เข้ามาสนับสนุน ก็อาจจะมีความเสี่ยงในเรื่องของการป้องกันและการรับมือกับสถานการณ์น้ำที่กำลังจะเกิดขึ้น ส่วนเรื่องที่สองเป็นเรื่องที่ไม่ต้องใช้เงิน แต่เป็นเรื่องการสื่อสารและการเตรียมความพร้อม เนื่องจากปัจจุบันชุมชนและประชาชนทั่วไปยังไม่ทราบอย่างเป็นระบบว่า หากเกิดเหตุอุทกภัยขึ้น แผนการอพยพ แหล่งพักพิง หรือเส้นทางที่ต้องใช้คืออะไร จึงเสนอให้ทางจังหวัดเข้ามาเป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินงานเรื่องนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน

ทางด้าน นายภราดร ได้ชี้แจงถึงแนวทางการดำเนินงานของรัฐบาลว่า จากการประชุมร่วมกับสำนักงบประมาณ กรมชลประทาน และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รวมถึงการลงพื้นที่ตรวจดูโครงการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี พบว่าในพื้นที่หาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการระบบท่อส่งน้ำและคลอง ร.1 มีการขออนุมัติงบประมาณมาประมาณ 450 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการดำเนินการ และยังมีโครงการขนาดเล็กวงเงิน 20-30 ล้านบาทอีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมเสนอขออนุมัติงบกลางในสัปดาห์หน้าวงเงินประมาณ 700-800 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการในลักษณะเดียวกันครอบคลุม 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา ยะลา นราธิวาส ปัตตานี และสตูล ซึ่งโจทย์สำคัญในขณะนี้คือ หากโครงการขนาดใหญ่ยังเสร็จไม่ทันช่วงน้ำหลาก อย่างน้อยที่สุดจะต้องเร่งกั้นน้ำในจุดที่มีการรั่วซึม และดำเนินการสร้างคันกั้นน้ำหรือถนนตามสัญญาจ้างให้เรียบร้อยก่อน
สำหรับประเด็นเรื่องการเตือนภัยและแผนอพยพตามที่นายอภิสิทธิ์เสนอนั้น นายภราดรระบุว่า สทนช. กำลังเตรียมจัดทำคู่มือการเตือนภัยเพื่อแจกจ่ายแก่ประชาชน ส่วนข้อเสนอที่จะให้ทางจังหวัดเข้ามาเป็นเจ้าภาพในการบูรณาการแผนอพยพ ตตนได้รับเรื่องไว้และจะนำไปหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ในช่วง 3-4 เดือนข้างหน้า ขณะเดียวกัน ในประเด็นเรื่องการเยียวยาผู้ประสบภัยผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ที่มีข้อร้องเรียนว่าธนาคารยังไม่อนุมัติเนื่องจากติดเงื่อนไขเครดิตบูโร ประกอบกับระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยใกล้จะหมดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนนั้น ตตนเห็นพ้องว่าควรประสานให้ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หาดใหญ่ เข้ามาช่วยติดตามและดูแลมาตรการสินเชื่อดังกล่าวเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

ในช่วงท้ายของการยื่นข้อเสนอ นายอภิสิทธิ์ได้แสดงความห่วงใยเกี่ยวกับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอีก 99 โครงการที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากนายกรัฐมนตรี โดยเกรงว่าอาจจะมีปัญหาการตกหล่นในบางพื้นที่ จึงอยากให้มีการตรวจสอบความถูกต้องก่อนที่จะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อความสมบูรณ์ของโครงการ ซึ่งทางนายภราดรได้กล่าวเพิ่มเติมในประเด็นนี้ว่า โครงการที่เสนอเข้ามาทั้งหมดอาจจะไม่ได้รับอนุมัติครบทุกโครงการ โดยจะพิจารณาตามความจำเป็นเร่งด่วนเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม การขออนุมัติงบกลางในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการขอเพียงครั้งเดียว หากตรวจสอบภายหลังแล้วพบว่ามีพื้นที่ใดตกหล่นไป ก็ยังสามารถเสนอขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมในภายหลังได้เช่นกัน
ภาพ : Weeraphat Ratsameerueangrong
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964