
วันนี้ (25 ส.ค. 69) เวลา 9.20 น. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงผลการประชุม ครม.เงา ถึงข้อเสนอทบทวนระบบความมั่นคงเพื่อรับมือและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา มีเหตุระเบิดและวางเพลิงรวมกันถึง 51 จุด และยังมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตนและพรรคประชาชนขอประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะจากผู้ก่อความไม่สงบ อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา มีการใช้งบประมาณไปกว่า 7 แสนล้านบาทในพื้นที่ จึงเป็นที่มาให้ฝั่งรัฐบาลต้องคิดทบทวนระบบข่าวกรองและความมั่นคงทั้งระบบ เพราะเชื่อว่าความมั่นคงต้องเดินควบคู่ไปกับการเมืองและกระบวนการสันติภาพ
นายณัฐพงษ์ ได้ยื่นข้อเสนอ 5 ประการ ได้แก่
ปรับเปลี่ยนระบบข่าวกรองจากการรับรู้เหตุไปสู่การป้องกันเหตุ โดยตั้งคำถามว่าในวันที่ 22 ส.ค. 69 หน่วยงานความมั่นคงได้รับรู้ข่าวสารล่วงหน้าหรือไม่ และได้เตรียมการอย่างไร รัฐบาลต้องทบทวนตั้งแต่การรวบรวมข่าว การวิเคราะห์ประเมินความเสี่ยง การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ไปจนถึงการส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เพื่อป้องกันเหตุได้ทันท่วงที โดยระบบข่าวกรองต้องเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่งให้เป็นชุดเดียวกันเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ
สร้างความไว้วางใจต่อประชาชน เพราะข่าวกรองที่สำคัญที่สุดมาจากประชาชนในพื้นที่ แต่การที่ประชาชนจะให้ข้อมูล รัฐต้องสร้างความเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะได้รับความคุ้มครองปลอดภัย รัฐบาลจึงต้องทำงานร่วมกับผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักการเมืองท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และประชาชนอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เข้าไปหาข่าวเฉพาะเมื่อเกิดเหตุเท่านั้น อีกทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชนควรรวมถึงการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยและการประเมินความเสี่ยงด้วย
ทำให้หน่วยงานความมั่นคงแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต่างคนต่างทำ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายสิบจุดสะท้อนความจำเป็นในการทบทวนการประสานงานระหว่างฝ่ายทหาร ตำรวจ ปกครอง ข่าวกรอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อมูลถูกนำมาใช้ร่วมกันได้อย่างรวดเร็ว ไม่ถูกแยกส่วนเหมือนปัจจุบัน
เชื่อมโยงการข่าวชายแดนกับการสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยรัฐบาลต้องยกระดับความร่วมมือทั้งด้านการข่าวและความมั่นคง โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตัวบุคคล เครือข่ายการเคลื่อนไหว และเส้นทางที่อาจเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุข้ามพรมแดน
เดินหน้าการพูดคุยสันติภาพควบคู่กับการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ โดยทำให้ช่องทางพูดคุยเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีเป้าหมายชัดเจน และพูดถึงต้นเหตุความขัดแย้งทางการเมืองได้อย่างตรงไปตรงมา รวมถึงเปิดพื้นที่ให้ผู้มีส่วนได้เสียในจังหวัดชายแดนใต้เข้าร่วม ไม่ปล่อยให้เป็นเรื่องการเจรจาแค่สองฝ่าย ทั้งนี้ การพูดคุยเป็นกระบวนการทางการเมืองเพื่อลดการใช้ความรุนแรง ไม่ใช่การใช้กำลังเพียงอย่างเดียว
สำหรับประเด็นการใช้กฎหมายพิเศษ รัฐบาลควรประเมินประสิทธิภาพและกำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจนในการปรับระดับมาตรการให้สอดคล้องกับแต่ละพื้นที่ เหตุการณ์ 51 จุดในคืนเดียวไม่ควรนำไปสู่คำตอบเดียวว่าต้องเพิ่มกำลังทหาร เพิ่มการใช้อำนาจพิเศษ หรือเพิ่มด่านตรวจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการทบทวนระบบความมั่นคงทั้งระบบ โดยพรรคประชาชนเชื่อว่าความมั่นคงที่ยั่งยืนไม่ได้วัดจากจำนวนกำลังพล แต่วัดจากความสามารถในการป้องกันเหตุ ความไว้วางใจของประชาชน และการแก้ไขปัญหาด้วยกระบวนการทางการเมืองและสันติวิธี
เมื่อถูกถามถึงกรณี สส. ในพรรคพูดถึงเจ้าหน้าที่รัฐจนถูกมองว่าเบี่ยงประเด็นไม่ให้พูดถึงการก่อเหตุของ BRN นายณัฐพงษ์ ชี้ว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงแก่ประชาชนเพื่อสร้างความเชื่อมั่น แต่ตนไม่ได้ลงรายละเอียดว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไรเนื่องจากไม่ได้อยู่ในพื้นที่ และขอให้รัฐบาลเป็นผู้ให้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด
ส่วนประเด็นที่เพจพรรคประชาชนนราธิวาสถูกโจมตีว่าเป็น “พรรคประชาชน BRN” และจะกระทบต่อคะแนนเสียงหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า การก่อความไม่สงบจากผู้ก่อเหตุเป็นสิ่งที่ต้องร่วมกันประณาม แต่การแก้ไขปัญหาให้สำเร็จคือการสร้างความเชื่อมั่น ฝั่งผู้ใช้อำนาจรัฐต้องใช้อำนาจอย่างถูกต้อง หากมีความไม่สบายใจ การที่ สส. ออกมาตั้งคำถามถือเป็นหน้าที่ในการสะท้อนข้อมูลให้ครบทุกด้าน จึงไม่อยากให้มองเป็นประเด็นการโจมตีทางการเมืองว่าใครอยู่กลุ่มไหน เพราะผู้ที่จะแก้ไขปัญหาได้ดีที่สุดคือหน่วยงานความมั่นคงและรัฐบาลผ่านการเปิดเผยข้อเท็จจริง
สุดท้าย เมื่อถามถึงกรณีวัยรุ่นอ้างว่ามีการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นตัวอย่างที่สะท้อนว่าอาจยังมีความเข้าใจไม่ตรงกัน ซึ่งตราบใดที่ข้อเท็จจริงยังไม่ถูกตีแผ่และยังไม่มีความเข้าใจตรงกัน ก็จะนำไปสู่การกล่าวหากันไปมาระหว่างประชาชนและหน่วยงานรัฐ เกิดเป็นปัญหาอยู่เรื่อยๆ หน้าที่สำคัญของรัฐบาลในขณะนี้จึงเป็นการนำความจริงมาแจงแก่ประชาชน
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964