
วันนี้ (26 ต.ค. 69) เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายศุภโชติ ไชยสัจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ถึงปัญหาราคาน้ำมันแพงในปัจจุบัน โดยระบุว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกและในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำสถิติใกล้เคียงกับจุดสูงสุดในช่วงเริ่มสงครามโลกเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มที่พุ่งสูงถึงลิตรละ 43.50 บาท ปรับขึ้นกว่า 5 บาทต่อลิตรภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาระค่าครองชีพของประชาชน อีกทั้งยังกระทบต่อต้นทุนทางเศรษฐกิจของประเทศและต้นทุนการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน
นายศุภโชติ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ ประเทศไทยแทบไม่เหลือเครื่องมือในการรับมือกับวิกฤตครั้งนี้แล้ว ซึ่งหากพิจารณาเครื่องมือที่รัฐบาลนำมาใช้ตลอดอย่างกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ก็พบว่าปัจจุบันมีสถานะติดลบทะลุ 1 แสนล้านบาทไปแล้ว สะท้อนถึงความล้มเหลวในการบริหารงานของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
นายศุภโชติ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาพรรคประชาชนได้เสนอทางออกโดยให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาโครงสร้างพลังงานที่ต้นตอ ซึ่งในขณะนั้นรัฐบาลได้ขานรับและรับปากต่อสาธารณชนว่าจะเข้ามาดำเนินการในหลายเรื่อง แต่แม้เวลาจะผ่านพ้นไปถึง 7 เดือน สิ่งที่รัฐบาลเคยประกาศไว้ ทั้งการปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมัน หรือการออกมาตรการกำกับดูแลผู้ที่ได้รับผลประโยชน์เกินควรจากวิกฤต กลับยังไม่เกิดขึ้นหรือมีการดำเนินงานที่ล่าช้ามาโดยตลอด

นายศุภโชติ กล่าวด้วยว่า พรรคประชาชนจึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลอีกครั้ง โดยเสนอ 3 เครื่องมือด่วนในระยะสั้นเพื่อเร่งลดราคาน้ำมันให้แก่ประชาชน ได้แก่ 1. ลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเป็นการชั่วคราวลง 6 บาทต่อลิตร ซึ่งคาดว่าจะต้องเตรียมงบประมาณชดเชยรายได้ที่สูญเสียไปประมาณเดือนละ 1.2 หมื่นล้านบาท, 2. เจรจาปรับลดค่าการตลาดลง 1 บาทต่อลิตร เนื่องจากปัจจุบันค่าการตลาดปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจนเกินกว่าผลการศึกษาเดิม ซึ่งหากรัฐบาลดำเนินการทั้งสองมาตรการนี้ร่วมกัน จะสามารถลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มลงได้ทันที 7 บาทต่อลิตร
นายศุภโชติ กล่าวต่อว่า ส่วนมาตรการที่ 3 คือ รัฐบาลต้องเร่งปรับปรุงโครงสร้างราคาน้ำมันที่ยังคงอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์ ซึ่งมีต้นทุนแฝงหลายอย่างที่ไม่เป็นธรรมต่อประชาชน โดยต้องทบทวนหลักเกณฑ์ ปรับลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และตัดต้นทุนแฝงออกไป
นายศุภโชติ กล่าวเพิ่มเติมถึงการแก้ไขปัญหาระยะยาวว่า รัฐบาลต้องมุ่งลดภาระทางการคลังของประเทศด้วยการจัดเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลอาจตรึงราคาหน้าโรงกลั่นไว้ แต่ผลประกอบการของหลายโรงกลั่นกลับพบว่ามีกำไรสูงขึ้นอย่างมาก จึงขอให้รัฐบาลเร่งรายงานความคืบหน้าของผลการศึกษาเรื่องการจัดเก็บภาษีลาภลอยต่อสาธารณชน
นายศุภโชติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ฝ่ายค้านพร้อมเสนอแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม โดยได้ยกร่างกฎหมายการจัดเก็บภาษีลาภลอยเสร็จสิ้นแล้ว และเตรียมเปิดเผยต่อสาธารณะพร้อมยื่นเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็วที่สุด กฎหมายฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ใดฉวยโอกาสทำกำไรบนภาระค่าน้ำมันของประชาชน จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาและนำทั้ง 3 เครื่องมือระยะสั้น พร้อมอีก 1 เครื่องมือระยะยาวไปปฏิบัติโดยเร็ว
ภาพ : Weeraphat Ratsameerueangrong
Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news
273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
Email reporter@sapnewsth.com
Tel. 099 569 5964