นายกฯ อนุทินแถลงผลประชุม APEC-ASEAN Summit เผยนำประเทศไทยกลับสู่จอเรดาร์โลกได้สำเร็จพร้อมรักษาสมดุลประเทศมหาอำนาจ

2025-11-04 15:20 Punyaphon Rakcharoen

ปกข่าว เว็บไซต์ (1080 x 1920 px) (8).png

โอกาสของไทยในการกลับสู่จอเรดาร์โลกอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ร่วมแถลงผลการเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 32 (APEC Economic Leaders’ Week: AELW) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2568 ณ เมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี รวมไปถึงการประชุมต่อเนื่องในเวทีประชุมสุดยอดอเซียน (ASEAN Summit) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียซึ่งทั้งสองการประชุมนี้ถือเป็นการประชุมสำคัญระดับโลกและเป็นโอกาสสำคัญในการพบปะเหล่าผู้นำหลายประเทศ

โดยนายอนุทิน นายกฯ กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจ จากคำพูดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่กล่าวว่า “นายกฯ ตอนนี้ประเทศไทยของเรากลับเข้าสู่จอเรดาร์อีกครั้งแล้ว” จึงถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะอะไรก็ตามที่ได้ปรากฏอยู๋ในจอเรดาร์ เราจะได้รับความสนใจและให้ความสำคัญ ซึ่งเราจะต้องระมัดระวังตัวเองและทำให้เราเข้มแข็งอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งการประชุมในครั้งนี้ถือเป็นการนำประเทศไทยกลับสู่เวทีโลกอีกครั้งหนึ่งซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดีและทุกประเทศได้ให้การตอบรับเป็นอย่างดี
ยังรวมไปถึงการหาโอกาสในการเพิ่มศักยภาพให้กับเยาวชนไทย โอกาสทางการศึกษา การฝึกอบรม เสริมทักษะแก่เยาวชน และการเกษตรกรที่จะสามารถขายสินค้าการเกษตรได้ในราคาที่ดีขึ้นและแรงงานไทย นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในประเทศมากขึ้น

นอกจากนี้ คนยังมีโอกาสได้พบปะกับผู้นำองค์กรระหว่างประเทศ ทั้งประธานกลุ่มธนาคารโลก และภาคเอกชน ซึ่งได้ใช้โอกาสนี้ในการสร้างความมั่นใจในเรื่องของการลงทุน การขยายฐานการผลิตในประเทศไทย โดยได้เน้นย้ำถึงศักยภาพของประเทศไทย และประเทศไทยพร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอต่าง ๆ หากนักลงทุนตัดสินใจที่จะเข้ามาร่วมลงทุนในไทยโดยในปีพ.ศ.2569
ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม
World Bank (IMF-WBG) ซึ่งจะเป็นการที่ทำให้ประเทศไทยได้รับโอกาสอีกมากมายจากต่างชาติ

ศูนย์กลางการค้า ความมั่นคงทางอาหาร-โลจิสติกส์-เทคโนโลยี-เศรษฐกิจสีเขียว

นายอนุทินกล่าวถึงโอกาสทางการค้าที่สำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางแห่งการค้าโดยเน้น 4 ด้าน คือ ความมั่นคงทางอาหาร การขนส่งโลจิสติกส์ (Digital Hub) เทคโนโลยีด้านการสื่อสาร (Data Center) เศรษฐกิจสีเขียวเพื่อความยั่งยืน (Green Economy) ซึ่งจะสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งประเทศไทยเราได้เริ่มดำเนินการตามกฎและหลักเกณฑ์นี้มาในระยะหนึ่งแล้ว

ด้านการหารือร่วมกับ นาย อี แจ มยอง ประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ ในการเจรจาให้เพิ่มแรงงานถูกกฎหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยได้ไปทำงาานอย่างถูกกฎหมายมากขึ้น และได้ขอให้สร้างความมั่นใจว่าแรงงานไทยจะได้รับการคุ้มครองและรับสิทธิตามกฎหมาย มีความมั่นคงในอาชีพ ไม่ต้องกลายเป็น “ผีน้อย” (Robinhood) ที่ต้องหลบซ่อนและทำให้แรงงานเหล่านั้นสูญเสียโอกาสและบางครั้งต้องเสียชีวิตซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดในปัจจุบันนี้
โดยประธานาธิบดีเกาหลีใต้ได้ระบุว่า ประเทศเกาหลีใต้มีความยินดีที่จะรับแรงงานไทยไปทำงาน เพราะยังมีการสร้างงานจำนวนมากซึ่งที่ผ่านมาเกิดความผิดพลาดในเรื่องการสื่อสารและการกรอกข้อมูล ดังนั้นในการกรอกข้อมูลต้องกรอกให้ถูกและตรงไปตรงมา

หารือผู้นำแคนาดา เปิดเที่ยวบินตรงเพิ่ม-ร่วมพัฒนาระบบรถไฟฟ้า

ด้านการหารือร่วมกับ นายมาร์ก คาร์นีย์ (The Right Honourable Mark Carney) นายกรัฐมนตรี แคนาดาในประเด็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยขณะนี้สายการบินแอร์แคนาดาได้เปิดเส้นทางการบิน Vancouver-Bangkok เพิ่ม จากเดิมเป็นฤดูกาลมาเป็นการบริการตลอดทั้งปี (เริ่ม 28 ต.ค. 2568) ซึ่งจะส่งเสริมการเดินทางระหว่างกัน รวมไปถึงการเสนอให้ไทยเป็น food security และ food hub ให้กับแคนาดา ในการซื้ออาหารทั้งพืชผลทางการเกษตร อาหารแปรรูปจากประเทศไทย

รวมไปถึงการลงทุนในระบบขนส่ง การผลิตหัวรถจักร รถไฟฟ้า ด้วยเช่นเดียวกัน

อีกทั้งได้มีโอกาสหารือร่วมกับอีกหลายประเทศ เช่น
สิงคโปร์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ในเรื่องของความมั่นคงด้านอาหารและสาธารณสุขเพื่อป้องกันการขาดแคลนอุปกรณ์ อาหารและยาในอนาคต
รวมไปถึงการหารือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศ มาเลเซียและบรูไน ในประเด็นข้อตกลงการค้าเสรี
(FTA) เพื่อลดอุปสรรคทางการค้า และความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารฮาลาล การเกษตรและการท่องเที่ยว รวมไปถึงการลงทุนของประเทศบรูไนในแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ โดยมีประเทศไทยเป็นฐานการผลิต พร้อมกันนี้ได้ชักชวนภาคเอกชนของบรูไนให้เข้ามาลงทุนด้านต่าง ๆ ในไทยด้วย

MOU แร่แรร์เอิร์ท-ประตูบานใหม่ของเศรษฐกิจไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญภารกิจการหารือในครั้งนี้ทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับมากขึ้น พร้อมขอบคุณทีมงานทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำให้การประชุมเหล่านี้ประสบความสำเร็จด้วยดี โดยนายอนุทิน ยืนยันว่าในการเจรจาในทุกประเด็นที่กล่าวมานั้นอยู่บนหลักการความถูกต้องและผลประโยชน์ของประเทศไทยเป็นสำคัญ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ และความมั่นคง รวมไปถึงการลงนามสันติภาพไทย-กัมพูชา และการแถลงร่วมประกอบการตกลงทางการค้าตอบแทนกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งรวมไปถึงการทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาความหลากหลายของระบบห่วงโซ่อุปทานของแร่ธาตุสำคัญของโลก (critical minerals) ซึ่งเป็นการส่งเสริมการลงทุนกับสหรัฐฯ ที่มุ่งเน้นไปที่การศึกษาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ โดยนายอนุทิน กล่าวว่า “เป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสในการเปิดประตูบานใหม่ของเศรษฐกิจไทย โดยอยู่ภายใต้กฎหมายที่เคร่งครัดของประเทศไม่ใช่สัมปทานหรือการนำแร่ไปขาย ซึ่งเราไม่ต้องการเอาหินมาขายเป็นหินแต่เราต้องการเอาหินมาเป็นทอง”
ฉะนั้นไทยต้องมีองค์ความรู้ มีเทคโนโลยีในการที่จะแปลงสภาพแปรรูปแร่ธาตุเหล่านี้ให้มีมูลค่าสูง จึงเปิดโอกาสให้ทุกประเทศที่สนใจ เข้าร่วมได้ และขอทำความเข้าใจชัดเจนกับประชาชนที่มีความกังวลในประเด็นนี้

หารือสหรัฐฯ -จีน รักษาสมดุลความสําคัญประเทศมหาอํานาจ

ในส่วนการหารือร่วมกับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการประชุม APEC และการประชุม ASEANนั้น นายอนุทินระบุว่า ไทยจะสร้างภูมิรัฐศาสตร์ที่แข็งแรงโดยการร่วมมือกับหลายประเทศ
รวมไปถึงไทยยังได้มีการลงนาม อาเซียน - จีน
ACFTA 3.0 เพื่อเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ไทยจะไม่มีการเปิดคาสิโนหรือทําให้การพนันเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย ซึ่งทุกคนในที่นี้ได้เห็นปฏิกิริยาตอบสนองของประธานาธิบดีและผู้บริหารของจีนที่มีความพึงพอใจ
พร้อมยืนยันว่าประเทศจีนไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงนโยบายของไทยได้ แต่ขณะเดียวกันหากจีนพบว่านโยบายของไทยไม่ตอบสนอง จีนจะสามารถใช้มาตรการภายในอื่น ๆ ในการไม่สนับสนุนให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทย ดังนั้นเมื่อไทยไม่มีข้อกังวลเรื่องคาสิโนจึงมีการสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวกลับมาท่องเที่ยวยังประเทศไทยจึงเป็นการเคลียร์ความกังวลของประชาชน และเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ไทย-จีนให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964