กทม. เผชิญน้ำท่วมหนักทั่วเมืองหลังฝนตกต่อเนื่อง 3 วัน ถนนหลักอัมพาตหลายสาย รถจมน้ำเสียจำนวนมาก

2025-11-04 17:00 Ratcha Piyathammadhaj

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมขังอย่างรุนแรงในช่วงเช้า หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน โดยเฉพาะคืนวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่งผลให้ถนนหลายสายยังคงมีน้ำรอระบายจำนวนมาก จุดวิกฤตที่สุดอยู่บริเวณ ถนนแจ้งวัฒนะและถนนศรีนครินทร์ ที่มีรายงานระดับน้ำสูงถึง 40-60 เซนติเมตร จนทำให้รถยนต์ขนาดเล็กสัญจรไม่ได้ และบางคันจมน้ำเสียหาย การจราจรในหลายเส้นทางจึงติดขัดยาวต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า

วันนี้เวลา 10.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยสาเหตุหลักของสถานการณ์น้ำรอระบายในกรุงเทพฯ มาจากปริมาณน้ำฝนที่มากเกินความสามารถในการรองรับของพื้นที่ โดยเฉพาะฝนที่ตกหนักติดต่อกันหลายวัน ซึ่งถือเป็น “ฝนหลงฤดู” และหากไม่มีฝนตกเพิ่มในปริมาณมากในช่วงต่อไป สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายลง

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ได้พูดคุยและกำชับกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้เร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังโดยเร็ว พร้อมติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือหากมีฝนตกเพิ่ม ทั้งนี้ ปัญหาการระบายน้ำที่ล่าช้าบางส่วนเกิดจาก การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้าและถนนปรับปรุงใหม่ ซึ่งส่งผลให้การขยายท่อหรือการลอกท่อทำได้ยาก อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครได้วางแนวทางแก้ไขระยะยาว เช่น การสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเพิ่ม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในอนาคต

นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้อำนวยการเขตดอนเมือง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่เขตดอนเมือง หลังฝนตกหนักเมื่อคืนก่อน โดยเฉพาะบริเวณ ซอยวัดเวฬุวนาราม 36 และสถานีสูบน้ำหลักในพื้นที่ นายวิศณุได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งเดินเครื่องสูบน้ำอย่างเต็มกำลัง พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมในจุดเสี่ยง และจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ รองผู้ว่าฯ วิศณุยังได้ กำชับผู้รับจ้างในโครงการก่อสร้างถนนและสาธารณูปโภคต่าง ๆ ว่าห้ามปิดกั้นระบบระบายน้ำโดยเด็ดขาด หากจำเป็นต้องปิด ต้องมีระบบชั่วคราวที่สามารถระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อก่อสร้างเสร็จต้องเก็บกวาดวัสดุที่ตกค้าง รวมถึงล้างท่อระบายน้ำให้สะอาด เพื่อป้องกันการอุดตันซ้ำซ้อน

ถนนแจ้งวัฒนะ รูปภาพ : Matichon

เมื่อคืนวันที่ 3 พฤศจิกายน เวลา 23.00 น. ในพื้นที่ถนนแจ้งวัฒนะ พบว่าน้ำท่วมขังทุกช่องทางจราจร ระดับน้ำสูงสุดอยู่ที่ 60 เซนติเมตร โดยเฉพาะบริเวณใต้ทางด่วนแจ้งวัฒนะและหน้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ซึ่งน้ำสูงถึงระดับทางเท้า ส่งผลให้รถยนต์หลายคันเสียหายและการจราจรติดขัดยาวตลอดทั้งคืน จนถึงเช้าวันที่ 4 พฤศจิกายน เวลา 07.47 น. น้ำยังไม่ลดลง เช่นเดียวกับถนนศรีนครินทร์ ช่วงซอยวัดด่านและแยกถนนลาซาล ที่ยังคงมีน้ำท่วมสูงต่อเนื่อง

งดใช้อุโมงค์เลียบทางรถไฟ บางซื่อ รูปภาพ : Matichon

นอกจากนี้ สถานการณ์ในจังหวัดนนทบุรี หลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขัง เช่น ถนนติวานนท์ แยกแคราย ถนนงามวงศ์วาน และถนนประชาชื่นขาเข้า เวลา 08.23 น. ที่มีน้ำท่วมสูงทุกช่องทาง ขณะเดียวกัน อุโมงค์ทางลอดถนนเลียบทางรถไฟ เขตบางซื่อยังคงปิดการใช้งาน เพราะน้ำยังคงท่วมขังและมีรายงานการลักลอบขโมยสายไฟ ทำให้ระบบสูบน้ำได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า กรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงต้องเฝ้าระวังต่อไป โดยมีโอกาสเกิด ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ปริมาณน้ำฝนสูงสุดในรอบ 24 ชั่วโมง (สิ้นสุดเวลา 07.00 น. วันที่ 4 พ.ย.) วัดได้ 74 มิลลิเมตร ที่คลองระหาญ เขตบางขุนเทียน และ 60.5 มิลลิเมตร ที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ ทั้งนี้ พยากรณ์ 7 วันข้างหน้า ระบุว่า ช่วงวันที่ 7-10 พฤศจิกายน ฝนจะเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางตอนล่างและกรุงเทพฯ

กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำประชาชนและผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงนี้ ให้เผื่อเวลาเดินทางอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงในช่วงเช้า และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีรายงานน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะถนนแจ้งวัฒนะ ศรีนครินทร์ และงามวงศ์วาน เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

Copywriter: Siam Associated Press Media (SAPM) Editorial Department
Pictures: Some illustrations come from the Internet. If there is any infringement, please contact us to delete it.
Source of material: official media /online news



  Frame 4.png   Frame 5.png   Frame 2.png   Frame 3.png

273/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Email reporter@sapnewsth.com‍

Tel. 099 569 5964